
5 เทคนิค ดูหุ้น Turnaround ไม่ให้พลาด
โดย...ภัทรธร ช่อวิชิต FINNOMENA Insight
โดย...ภัทรธร ช่อวิชิต FINNOMENA Insight
หุ้นที่ผลตอบแทนสูงในระดับพลิกชีวิตในตลาดหุ้นมีอยู่ 3 กลุ่ม คือ หุ้นวงจร หุ้นโตเร็ว และหุ้นพลิกฟื้น (Turnaround) ซึ่งสลับมาเป็นสีสันให้ตลาด หุ้นบางตัวก็วิ่งแล้วกลับมาที่เดิมบางตัวก็ไปได้ไกลและไปต่อได้เรื่อยๆ
ปัญหาของหุ้นพลิกฟื้น คือ ผลประกอบการมักจะไม่พลิกฟื้นจริงๆ ทำให้ผู้ลงทุนบาดเจ็บจากหุ้นกลุ่มนี้มานักต่อนัก
บทความนี้จะบอกถึงวิธีเช็กง่ายๆ ครับว่าจะลงทุนหุ้นพลิกฟื้นต้องวิเคราะห์จุดไหนบ้างเป็นประเด็นสำคัญ
1.มองปัญหาให้ออก
หัวใจสำคัญของการลงทุนหุ้นพลิกฟื้นเลย คือ การมองปัญหาของธุรกิจให้ขาด โดยปัญหาธุรกิจหลักๆ มี 4 ประการ คือ
อุตสาหกรรมกำลังหดตัว ถ้าหุ้นมีปัญหานี้แนะนำให้หลีกเลี่ยงครับ แก้ยาก
ปัญหาที่สอง คือ ปัญหาโครงสร้างเงินทุนบริษัทที่ตัดสินใจลงทุนด้วยการสร้างหนี้สินเยอะๆ และไม่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้จะพลิกฟื้นยากครับ เป็นตัวถ่วงผลประกอบการยาวจนกว่าจะแก้ไขปัญหาจบ
ปัญหาที่สาม คือ สินทรัพย์ไม่สร้างรายได้ ถ้าเป็นช่วงเริ่มต้นลงทุนที่สินทรัพย์ยังไม่สร้างรายได้ให้ตามไปเรื่อยๆ จนเห็นสัญญาณรายได้โตจึงเริ่มเข้าลงทุน แต่ถ้ามาจากการลงทุนผิดพลาดสินทรัพย์อยู่ในธุรกิจที่กำลังเป็นขาลงแนะให้หลีกเลี่ยงครับ
และปัญหาสุดท้าย คือ การทำกำไรส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาลูกโซ่จาก 3 ปัญหาแรก จนมากระทบรายได้รายจ่ายและทำให้ขาดทุน
2.หาสัญญาณยืนยันในงบการเงิน
นักลงทุนสมัยนี้เก่งขึ้นครับ ถ้าไม่มีสัญญาณยืนยันในงบการเงินตลาดจะไม่เชื่อหุ้นจะไปได้ไม่ไกล
สำหรับการจับสัญญาณให้นำคำพูดผู้บริหารมาเปรียบเทียบกับงบการเงิน ถ้ามีการลงทุนโครงการใหม่ต้องเห็นสินทรัพย์เพิ่ม มีการทำตลาดที่ดีขึ้นต้องเห็นสัญญาณรายได้เพิ่ม มีการควบคุมภายในดีขึ้นจะเห็นอัตรากำไรที่ดีขึ้น
ถ้าจบปัญหาหนี้สินได้ จะเห็นหนี้สินลดลงและกระแสเงินสดดำเนินงานดีขึ้น และสุดท้ายต้องขาดทุนลดลง ตลาดถึงเชื่อครับ
3.ธุรกิจต้องโตต่อ
หุ้นที่ไปได้ไกลเมื่อผลประกอบการพลิกฟื้นจนกลับมามีกำไรได้แล้ว จะต้องมีแผนธุรกิจที่สามารถเติบโตต่อได้ ไม่ว่าจะเป็นการออกสินค้าใหม่ การรุกเจาะตลาดใหม่ หรือการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น หุ้นพลิกฟื้นหลายตัวมักตกม้าตายตรงนี้ครับ คือ มีแต่เรื่องราวการเติบโตแต่ไม่สามารถทำได้จริง ลักษณะแบบนี้หุ้นจะไปได้ไม่ไกลครับ
4.การประเมินมูลค่าหุ้น
ในมูลค่าหุ้นจะประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนที่มาจากผลประกอบการจริงๆ คือ กำไรที่บริษัททำได้ ส่วนที่ตลาดให้ค่าจากการเติบโตในอนาคต และสุดท้าย คือ อารมณ์ของตลาด
ส่วนแรกและส่วนที่สองยังพอคาดการณ์ได้ครับ แต่ส่วนที่ยากที่สุด คือ อารมณ์ของตลาด หุ้นบางตัวราคาล้ำผลประกอบการไปหลายปี จนบางทียังต้องสงสัยครับว่าจะทำการเติบโตไปทันได้อย่างไร
ดังนั้น ใครลงทุนหุ้นพลิกฟื้นแล้วขายหมูบ่อยๆ ไม่ต้องตกใจครับ อารมณ์ตลาดเป็นสิ่งที่เดายาก ขนาดอารมณ์ตัวเองยังรู้ไม่ทันเลย แล้วจะไปรู้อารมณ์ตลาดได้อย่างไร
5.จังหวะการลงทุน
“บริษัทดี” กับ “หุ้นดี” ไม่เหมือนกันครับ
บริษัทดี คือ ผลประกอบการกำลังเติบโตหรือขาดทุนลดลง ส่วนหุ้นดี คือ หุ้นที่ขึ้น จังหวะการลงทุนที่ดี คือ ผลประกอบการกำลังฟื้น มีงบการเงินยืนยัน และราคาเริ่มตั้งฐานยาวๆ รอฟื้นตัวแสดงว่าเริ่มมีคนคิดเหมือนกันเข้ามาลงทุนครับ มีเพื่อนร่วมทางไม่เหงา ระหว่างถือต้องคอยติดตามตลอดครับ ว่าผลประกอบการเป็นไปอย่างที่เราคิดหรือไม่
จะเห็นว่าการลงทุนในหุ้นพลิกฟื้น ถ้าเรามีหลักการคิดที่ชัดเจน และใช้งบการเงินเป็นตัวช่วยไม่มโน จะทำให้สามารถถือหุ้นลงทุนได้ยาว และมีความสุขในการถือลงทุนครับ







