
ครัวเรือนกังวลปัญหารายได้
ครัวเรือนกังวลรายได้และการมีงานทำเพิ่มขึ้น ฉุดดัชนี เชื่อมั่นลดต่ำ แต่มุมมอง 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้นต่อเนื่อง 2 เดือน
ครัวเรือนกังวลรายได้และการมีงานทำเพิ่มขึ้น ฉุดดัชนี เชื่อมั่นลดต่ำ แต่มุมมอง 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้นต่อเนื่อง 2 เดือน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยรายงานว่า ดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 45.0 ในเดือน มี.ค. 2560 จากเดิมที่ระดับ 45.3 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากความกังวลต่อประเด็นรายได้และภาวะการมีงานทำ เรื่องเงินออม รวมถึงราคาสินค้า
ทั้งนี้ ครัวเรือนเป็นกังวลในเรื่องรายได้และภาวะการมีงานทำมากขึ้น สะท้อนให้เห็นจากดัชนีองค์ประกอบที่แสดงมุมมองต่อรายได้และภาวะการมีงานทำปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 48.1 ในเดือน มี.ค. สูงสุดในรอบ 10 เดือน จากเดิมที่ระดับ 49.6 ในเดือน ก.พ.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่าประเด็นภาวะการมีงานทำช่วงสิ้นไตรมาสแรกของปี 2560 กลับมามีความเปราะบางและไม่แน่นอนมากขึ้นเทียบกับช่วงต้นปี เนื่องด้วยธุรกิจ องค์กร หรือหน่วยงานที่ครัวเรือนสังกัดมีการปรับตัวทางธุรกิจ โดยการปรับลดคนงาน หรือการเลิกจ้าง เพิ่มขึ้นจาก 9.2% ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจในเดือน ม.ค. มาอยู่ที่ 11.7% ในเดือน มี.ค. สอดรับกับผลสำรวจ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมที่ ปรับตัวลดลงในเดือน ก.พ. จากการ ชะลอตัวของอุปสงค์และกำลังซื้อ
สำหรับประเด็นเรื่องค่าจ้างของครัวเรือนนั้น พบว่า มากกว่าครึ่งของครัวเรือนที่ทำการสำรวจ หรือ 57.5% ไม่ได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างปี 2560 มีเพียง 41.4% ของครัวเรือนที่ได้ปรับขึ้นค่าจ้าง และส่วนใหญ่ได้ปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราที่น้อยกว่าหรือเท่ากับปีก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม ครัวเรือนมีความกังวลลดลงเรื่องค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน ผลจากการปลดภาระหนี้หลายส่วน ทั้งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จากนโยบายรถยนต์คันแรก สินเชื่ออุปโภคบริโภค หรือหนี้บัตรเครดิตจากการเร่งซื้อสินค้าไปในช่วงปลายปีก่อน รวมถึงสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากการนำเงินตอบแทนพิเศษ (โบนัส) มาชำระคืนหนี้
ทั้งนี้ ดัชนีสะท้อนมุมมองคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สู่ระดับสูงสุดในรอบ 14 เดือน อยู่ที่ระดับ 46.2 ในเดือน มี.ค. จากเดิม 45.3 ในเดือน ก.พ. สะท้อนถึงความกังวลที่ลดลงของครัวเรือนต่อภาวะการครองชีพในอนาคต โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน
สำหรับในระยะข้างหน้า ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงติดตามสถานการณ์ ทางด้านราคาสินค้า โดยเฉพาะราคาสาธารณูปโภคที่อาจจะปรับตัวเพิ่ม ขึ้นในระยะข้างหน้า รวมทั้งค่าใช้จ่าย ที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนแห่งเทศกาล และสถานการณ์ตลาดแรงงาน ในประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความ เชื่อมั่นครัวเรือนได้







