
หัวหน้าคสช.ออกคำสั่งเพิ่มเติมแก้ไขปัญหาประมงผิดกฎหมาย
หัวหน้าคสช.ออกคำสั่งเพิ่มเติมแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย คุมเข้มเรือสนับสนุนการทำประมง
ราชกิจนานุเบกษาได้แพร่คำสั่งคสช.ที่22/2560เรื่อง การแก้ไขการทำประมงที่ผิดกฏหมาย ขาดการรายงาน ไร้การควบคุมโดยสาระสำคัญคือการแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งคสช.ที่10/2558ลงวันที่29เม.ย.58 เรื่องให้อำนาจนายทะเบียนเรือมีคำสั่งเพิกถอนทะเบียนเรือ และคำสั่งคสช.ที่53/2559เรื่องให้ผู้ครอบครองเรือที่มีทะเบียนแต่ไม่มีใบอนุญาตทำการประมงเคลื่อนย้ายเรือ และให้แจ้งจุดจอดและล็อกเรือ
ทั้งนี้ให้การแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ขาดการรายงานและไร้การควบคุม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคำสั่งคสช.ที่22/2560กำหนดมาตรการและให้อำนาจเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงาน อาทิ
กำหนดให้นายทะเบียนมีคำสั่งเพิกถอนเรือประมงขนาดสิบตันกรอส เรือขนถ่ายสินค้า เรือบรรทุกน้ำจืด น้ำแข็ง น้ำมันหรือเรือที่สนับสนุนการทำประมง ที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสองฉบับ ภายใน30วันนับแต่มีคำสั่งและให้เจ้าหน้าที่เพิกถอนทะเบียนเรือ จอดและล็อคเรือ ฝ่าฝืนทีโทษปรับ1หมื่นบาท และปรับเพิ่มตันกรอสละ2พันยาท กรณีแจ้งเท็จ ห้ามกรมประมงออกใบอนุญาตทำประมงสิบปี
กรณีเรือสิบตันกรอสขึ้นไป หากใช้เรือไม่เป็นตามที่จดแจ้งให้ปรับวันละ5หมื่นบาท ตลอดเวลาทำการประมงและห้ามกรมประมง จดเรือขนถ่ายสินค้าเป็นเรือทำการประมง
กรณีเรือประมงไม่แจ้งรายงานการเข้า-ท่าเรือ เพื่อทำประมงให้มีโทษปรับ1แสนบาทและเรือขนาด30ตันกรอสขึ้นไปให้ปรับเพิ่มตันกรอสละ1หมื่นบาทและให้กรมเจ้าท่าล็อคเรือจนกว่าจะมีการแจ้งดำเนินการให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
กรณีเรือประมงนอกน่านน้ำ ห้ามมิให้กรมประมงอนุญาตให้ทำการประมงนอกน่านน้ำจนกว่าจะได้รับการอนุญาตจากรัฐเจ้าของชายฝั่งหรือองค์กรประมงภูมิภาค
ที่สำคัญคำสั่งคสช.ฉบับนี้ให้มีการตั้งคณะกรรมการมาตรการทางปกครองขึ้นมา1คณะมีอธิบดีกรมประมงเป็นประธาน กรรมการมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีผู้แทนจากกฤษฎีการ่วมด้วยจำนวน9คนให้ผอ.กองกฎหมายประมงเป็นกรรทการและเลขานุการ มีอำนาจพิจารณาสั่งปิดโรงงานที่ไม่ทำตามกฎหมายตามพรก.ประมง2558 โดยให้กรรมการมีอำนาจสั่งปิดโรงงานแทนอธิบดีกรมประมงและปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฏหมายว่าด้วยโรงงาน ให้มติกรรมการเป็นที่สุด
ที่มา http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/E/097/54.PDF







