
เกษียณสุข หรือ เกษียณทุกข์ retirement-checkup.com ตอบได้
เดี๋ยวนี้ถ้าอยากจะรู้ว่า แก่แล้วจะมีเงินพอกินพอใช้หรือไม่ ไม่ยากเลย เพราะมีโปรแกรมช่วยคำนวณเงินออมที่ควรจะมี ณ วันเกษียณ อยู่หลายโปรแกรมจากหลายค่าย
เดี๋ยวนี้ถ้าอยากจะรู้ว่า แก่แล้วจะมีเงินพอกินพอใช้หรือไม่ ไม่ยากเลย เพราะมีโปรแกรมช่วยคำนวณเงินออมที่ควรจะมี ณ วันเกษียณ อยู่หลายโปรแกรมจากหลายค่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ถ้าจะให้ได้คำตอบที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด (ในขณะนี้) ต้องยกให้ retirement-checkup.com
เพราะโปรแกรมนี้เป็นหนึ่งในโครงการศึกษาวิเคราะห์ระดับสินทรัพย์การออมขั้นต่ำที่ผู้เกษียณอายุพึงมีสำหรับการประกันคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐาน ที่ทำงานร่วมกันระหว่างคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดังนั้น พอเปิดเข้าไปในเว็บไซต์ ก็ไม่ต้องตกใจที่หน้าตาจะยังดูเป็น “วิชาการ” อยู่สักหน่อย แต่ สุนทรี เหล่าพัดจันอาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา หนึ่งในทีมวิจัยบอกว่า ในเร็วๆ นี้จะมีการปรับปรุงหน้าตาของเว็บไซต์ให้ดูง่ายขึ้นและอาจจะทำเป็นแอพพลิเคชั่นอีกด้วย
แต่ตอนนี้เราไม่ต้องสนใจหน้าตา เพราะเนื้อหาและคำตอบที่จะได้จาก retirement-checkup.com สำคัญที่สุด
ขณะที่คนที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากโปรแกรมคำนวณจะต้องเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
เริ่มจากเข้าไปในเว็บไซต์ ลงทะเบียนให้เรียบร้อย พอเห็นคำว่า “ลงทะเบียน” หลายคนอาจจะคิดว่าจะยุ่งยากแต่ไม่ยุ่งไม่ยาก และไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวอะไรเลย เพียงแค่วันเดือนและปีเกิด และอีเมลส่วนตัวก็เรียบร้อยแล้ว
อย่างแรกที่เราต้องทำ คือ ใส่ข้อมูลการออมเพื่อเกษียณอายุของเราเองลงไป โดยระบุลงไปว่า เราเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือสมาชิก กบข. จากนั้นก็ตามด้วยสัดส่วนเงินสะสม เงินสมทบ และยอดรวมล่าสุดที่อยู่ในกองทุน รวมทั้งต้องระบุ “แผนการลงทุน” ในปัจจุบันว่า เลือกแผนไหนเอาไว้ มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นอยู่เท่าไร
ปัจจุบันในโปรแกรมมีแผนการลงทุนให้เลือกตอบอยู่ 9 แผน ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับแผนการลงทุนที่แท้จริงของเรา(ในอนาคตอาจจะเพิ่มแผนการลงทุนให้หลากหลายมากขึ้น) ซึ่ง สุนทรี แนะนำว่า
“ให้เลือกแผนลงทุนที่ใกล้เคียงกับตัวเรามากที่สุด และควรจะเลือกสัดส่วนการลงทุนหุ้นให้ต่ำไว้ก่อน ซึ่งจำนวนเงินออม ณ วันเกษียณ จะออกมาต่ำกว่าความเป็นจริงแต่ดีกว่าการเลือกสัดส่วนหุ้นที่สูงกว่าความจริง เพราะผลที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งจะทำให้รู้สึกว่า รอดแล้วแต่จริงๆ อาจจะไม่เพียงพอก็ได้”
จากนั้นก็คลิก “ดำเนินการต่อ” จะไปสู่ส่วนที่ 2 คือ ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นคำถามทั่วๆ ไป เช่น เพศอะไร จะเกษียณเมื่อไร เงินเดือนปัจจุบันเท่าไร แต่คำถามที่ไม่เหมือนใคร คือ มีโรคประจำตัวอะไร ถ้าเจ็บป่วยจะเลือกเข้าโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน และหลังเกษียณจะต้องจ่ายค่าเช่าบ้านไหม
เราควรตอบคำถามให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด มีโรคก็ตอบไปว่ามีโรค หรือถ้าตอนนี้ยังไม่มีโรค ก็อาจจะดูจากแนวโน้มคนในครอบครัวก็ได้ว่ามีโอกาสจะเป็นโรคอะไรบ้าง ในโปรแกรมจะมีโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุให้เลือกหลายโรค แต่ละโรคก็จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่แตกต่างกันไป
ข้อมูลค่าใช้จ่ายโรคร้ายแรงต่างๆ ที่นำมาคำนวณ เป็นตัวเลขที่ได้จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุข ขณะที่ระดับค่าใช้จ่ายได้มาจากการสำรวจผู้เกษียณอายุในกลุ่มอาชีพต่างๆ และสมมติฐานการมีชีวิตอยู่จะได้มากจาก “อัตรามรณะ” ของประชากรไทยโดยเฉลี่ย ซึ่งเป็นข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
เพราะฉะนั้นตัวเลขต่างๆ ในโปรแกรมนี้จะ “สมเหตุสมผล” มากที่สุด
หลังจากนั้นจะเข้าไปที่ “ผลการประเมินความสัมฤทธิผลด้านความเพียงพอของระดับการออม” ที่จะบอกว่า จากข้อมูลทั้งหมดที่เราใส่ลงไปจะทำให้มีเงินก้อน ณ วันเกษียณเพียงพอหรือไม่
ผลการประเมินจะมีอยู่ 6 ข้อ
ข้อ 1 ประมาณการเงินก้อนพึงมี ณ วันเกษียณอายุที่ระดับเพียงพอ ว่าทั้งหมดแล้วจะต้องมี “เงินก้อน” อยู่เท่าไร และเมื่อเทียบกับปัจจุบันแล้วเป็นรายจ่ายต่อเดือนเท่าไร
ข้อ 2 ประมาณการรายได้จากระบบสวัสดิการ ซึ่งประเมินจากสวัสดิการที่เราจะได้รับในวัยเกษียณ โดยจะช่วยให้เป้าหมายการออมของเราลดลงไป
ข้อ 3 ประมาณการเงินก้อนที่เราต้องออมเอง ซึ่งเป็นตัวเลขในข้อ 1 ลบออกด้วยตัวเลขในข้อ 2
ข้อ 4 มูลค่าเงินลงทุนและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. ณ วันเกษียณโดยจะบอกได้ว่า ถ้าสถานการณ์การลงทุนปกติ เราจะมีเงินออมกี่บาท และถ้าสถานการณ์การลงทุนแย่กว่าปกติเราจะมีกี่บาท
ข้อ 5 โอกาสที่การออมจะบรรลุเป้าหมาย ซึ่งตามสไตล์ของงานวิชาการ ก็จะต้องบอก “ความเป็นไปได้” ที่จะเกิดขึ้นมาให้ด้วย
เมื่อประมวลผลทั้งหมดแล้ว โปรแกรมจะบอกได้เลยว่าจะเพียงพอหรือไม่ พร้อมกับมีคำแนะนำเพิ่มเติมในข้อ 6 ในกรณีที่ต้องการเพิ่มความเพียงพอไปสู่ระดับความสะดวกสบายหรือกรณีที่ผู้ออมมีแนวโน้มจะมีความเสี่ยงในความเพียงพอของเงินออมสำหรับการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานว่าจะทำอะไรได้บ้าง
คำแนะนำจะมีอยู่ 3 ทางเลือก ได้แก่
ทางเลือกที่ 1 ออมเพิ่ม โดยใช้แผนการลงทุนเดิม แต่เพิ่มสัดส่วนการออมมากขึ้น
ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนแผนการลงทุน โดยเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยง แต่ยังคงสัดส่วนการออมเท่าเดิม
ทางเลือกที่ 3 ทำทั้งสองอย่าง ทั้งเพิ่มจำนวนเงินออมออม และเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
เมื่อได้ทางเลือกที่เหมาะสมกับตัวเราแล้ว อย่าลืมคลิกไปตอบแบบสอบถามสักนิด หรือถ้ามีคำแนะนำอะไรก็ส่งข้อมูลไปถึงทีมผู้วิจัยได้เลย เพื่อให้พวกเขานำไปปรับปรุงและใช้ประโยชน์ทางวิชาการกันต่อไป







