
ตอบโต้การค้าฉุดราคาหุ้นส่งออกสหรัฐ
หุ้นส่งออกสหรัฐร่วง กูรูยันมาตรการตอบโต้ประเทศเกินดุลการค้าของทรัมป์กระทบ บจ.ไทยน้อยสำหรับผลของการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้ามาตรการตอบโต้การค้ากับไทยที่เป็น 1 ใน 16 ประเทศเป้าหมายเกินดุลการค้า ฉุดราคาหุ้นส่งออกไทยไปสหรัฐร่วง สวนทางดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้น 0.36% มาปิดที่ 1,580.86 จุดราคาหุ้นที่ลดลงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ปิดที่ 84.25 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 3.71% รองลงมาบริษัท เอสวีไอ (SVI) ปิด 5.40 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.82% และบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ปิดที่ 16.30 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.81%นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ให้ความเห็นว่าเป็นผลมาจากนโยบายหลักที่ทรัมป์ประกาศไว้ ซึ่งไทยจะกระทบน้อยมาก เพราะเกินดุลการค้าสหรัฐน้อยอยู่อันดับที่ 13-14 โดยประเทศที่กระทบมากคือจีน โดยสินค้าที่ไทยส่งออกเป็นสินค้าจำเป็นต้องใช้เพื่อไปผลิตต่อ (ซัพพลายเชน) และไม่ได้มีการผลิตเองเพราะมีข้อจำกัดเรื่องค่าแรง ยกเว้นสหรัฐจะกลับมาผลิตสินค้าประเภทใดบ้าง เพื่อเสียดุลการค้าลดลงบล.เอเซีย พลัส ระบุว่า มี 3 กลุ่มที่ได้รับผลก
หุ้นส่งออกสหรัฐร่วง กูรูยันมาตรการตอบโต้ประเทศเกินดุลการค้าของทรัมป์กระทบ บจ.ไทยน้อย
สำหรับผลของการที่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้ามาตรการตอบโต้การค้ากับไทยที่เป็น 1 ใน 16 ประเทศเป้าหมายเกินดุลการค้า ฉุดราคาหุ้นส่งออกไทยไปสหรัฐร่วง สวนทางดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้น 0.36% มาปิดที่ 1,580.86 จุด
ราคาหุ้นที่ลดลงมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA ปิดที่ 84.25 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 3.71% รองลงมาบริษัท เอสวีไอ (SVI) ปิด 5.40 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 1.82% และบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ปิดที่ 16.30 บาท ลดลง 0.30 บาท หรือ 1.81%
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ให้ความเห็นว่าเป็นผลมาจากนโยบายหลักที่ทรัมป์ประกาศไว้ ซึ่งไทยจะกระทบน้อยมาก เพราะเกินดุลการค้าสหรัฐน้อยอยู่อันดับที่ 13-14 โดยประเทศที่กระทบมากคือจีน โดยสินค้าที่ไทยส่งออกเป็นสินค้าจำเป็นต้องใช้เพื่อไปผลิตต่อ (ซัพพลายเชน) และไม่ได้มีการผลิตเองเพราะมีข้อจำกัดเรื่องค่าแรง ยกเว้นสหรัฐจะกลับมาผลิตสินค้าประเภทใดบ้าง เพื่อเสียดุลการค้าลดลง
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า มี 3 กลุ่มที่ได้รับผลกระทบแต่น้อยมาก อย่างกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เพราะเป็นสินค้าขั้นต้นและขั้นกลางที่นำไปผลิตต่อ ขณะที่กลุ่มยานยนต์มีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐเพียง 8% ของยอดส่งออกรวม แต่อาจกระทบทางอ้อมจากการเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นเป็นหลัก และกลุ่มอาหารแช่แข็ง/ประมง ที่ส่วนใหญ่เป็นสินค้าขั้นกลางเพราะถือเป็นสินค้าจำเป็นที่สหรัฐผลิตไม่เพียงพอ







