posttoday
5 พี เคล็ดลับความสำเร็จบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

5 พี เคล็ดลับความสำเร็จบนเครือข่ายสังคมออนไลน์

09 กันยายน 2553

เครือข่ายสังคมออนไลน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก มีอัตราการเติบโต อย่างเฟซบุ๊กในประเทศไทยมีจำนวนสมาชิกมากถึง 5.5 ล้านคน เพิ่มขึ้นจาก 1.5 ล้านคน ภายในเวลาเพียง 8 เดือน

จากการสำรวจพฤติกรรมของผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก พบว่าผู้ใช้รับข่าวสารและใช้เวลาติดต่อพูดคุยกับเพื่อนสังคมออนไลน์มากกว่ารับรู้ข่าวสารและติดต่อสื่อสารกับเพื่อนในระบบเก่าๆ ผู้ใช้จะเชื่อข้อมูลที่ได้รับจากเพื่อนของพวกเขาที่แนะนำ ติชม มากที่สุด แทนที่จะฟังสื่อในอดีต

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาในเบื้องต้น นักการตลาดจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำตลาดจากรูปแบบเดิม มาเป็นการทำการตลาดโดยที่จะต้องไม่พยายามขายของ แต่ใช้วิธีการพูดคุยกับผู้บริโภคหรือลูกค้าของตัวเองโดยตรง

เอียน เฟนวิก ที่ปรึกษาสถาบันบัณทิตบริหารธุรกิจศศินทร์ เปิดเผยว่า หากองค์กรหรือบริษัทใดสนใจที่จะทำการตลาดผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก กลยุทธ์และวิธีการทำการตลาดแบบเดิมๆ ไม่สามารถใช้ได้บนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น ทฤษฎี 4 พี ที่นักการตลาดคุ้นเคยใน Product, Price, Place และ Promotion

การตลาดยุคโซเชียลเน็ตเวิร์กต้องใช้ 5 พี แทน ได้แก่

พี ตัวแรก Permission การขออนุญาต หรือการยอมรับความเป็นเพื่อน การอนุญาตให้สามารถดูข้อมูล หรือโพสต์ข้อความพูดคุยกันได้

พี ตัวที่สอง Participation การมีส่วนร่วม การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ การแนะนำติชมในเฟซบุ๊กที่เรียกว่า การคอมเมนต์ หรือแสดงความคิดเห็น เป็นต้น

พี ตัวที่สาม Profile เป็นข้อมูลที่แสดงตัวตนของคุณว่าเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร สนใจเรื่องใด

พี ตัวที่สี่ Personalization ลักษณะเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ องค์กร หรือสินค้าใดๆ ก็ตาม เมื่อเข้ามาอยู่ในโลกสังคมออนไลน์จะต้องมีลักษณะนิสัย มีความเป็นตัวตน ไม่เช่นนั้นจะพูดคุยกับเพื่อนในสังคมเดียวกันไม่ได้ และขาดความน่าเชื่อถือ หากไม่มีลักษณะเฉพาะนี้จะทำให้การทำตลาดบนโซเชียลเน็ตเวิร์กล้มเหลวได้

พี ตัวสุดท้าย คือ Privacy ความเป็นส่วนตัว นั่นหมายความว่าองค์กรหรือบริษัทจะไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของใครในเฟซบุ๊ก เคารพความคิดเห็นของเพื่อน แฟนของตัวเอง

นอกจากนี้ วิธีการใช้งานขององค์กร หรือบริษัทที่จะใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กให้ประสบความสำเร็จจะต้องมีการสร้างกระแส โดยไม่ใช้การสื่อสารทางเดียว ไม่ใช่การขายของ แต่เป็นการพูดคุยเหมือนเพื่อนคุยกัน

การทำการตลาดบนโซเชียลเน็ตเวิร์กจะต้องไม่ควบคุม เช่น ลบคอมเมนต์ข้อความที่โจมตี ติเตียน ว่ากล่าวออกไป เพราะจะสร้างความไม่น่าเชื่อถือให้เกิดขึ้น แต่จะต้องแก้ไขด้วยการตอบคำถาม อธิบายอย่างตรงไปตรงมา จริงใจ และโปร่งใส และข้อติเตียนเหล่านั้นหากมองในแง่ดีคือข้อเท็จจริงที่องค์กรจะนำมาปรับปรุงแก้ไขการทำงาน หรือพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าได้อย่างถูกต้องมากที่สุด

การหาหัวข้อในการสนทนาที่น่าสนใจให้มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็น แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นเรื่องร้ายๆ แต่อย่าลืมว่าเรื่องร้ายๆ เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสนใจ

ส่วนเคล็ดลับในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กให้ประสบความสำเร็จเมื่อองค์กรสร้างตัวตนบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว คือ เริ่มต้นด้วยการตั้งใจฟังความคิดเห็นของคนในโลกแห่งนี้ว่าต้องการอะไร สนใจอะไร และมีความรู้สึกอย่างไรกับแบรนด์ของเรา

จากนั้นดูว่าผู้ที่แฟนของเรา หรือผู้สนับสนุนแบรนด์ของเรา พูดถึงแบรนด์ของเราอย่างไร อย่างเป็นธรรมชาติ น่าเชื่อถือ ไม่เสแสร้ง ทั้งเรื่องราวทั่วไป และปัญหาของแบรนด์

เอียน เผยต่อว่า การทำการตลาดหรือการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กขององค์กรจะเหมือนกับคนคนหนึ่งใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ดังนั้นเมื่อแบรนด์เข้าไปอยู่ในโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้ว แบรนด์และคนจึงไม่มีความแตกต่างกัน และคนทั่วไปก็สามารถที่จะมีตัวตน หรือมีชื่อเสียงขึ้นมาได้ในสังคมออนไลน์

ศิลปินผู้หนึ่งที่มีชื่อว่า แอนดี วอร์โฮล (Andy Warhol) ที่ว่า “ในอนาคตคนคนหนึ่งสามารถที่จะมีชื่อเสียงขึ้นมาภายในเวลา 15 นาที”

คำกล่าวนี้ไม่เกินจริงเลยสำหรับโลกยุคออนไลน์อย่างทุกวันนี้ และจะยิ่งเร็วขึ้นไปอีกตามการพัฒนาของเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากขึ้นทุกวัน!!!

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ