
ขสมก.ถกฝ่ายกฎหมายปมยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปมรถเมล์เอ็นจีวี
ขสมก.ถกเครียดฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล เผยอาจต้องยอมเซ็นรับรถเมล์เอ็นจีวีถ้าศาลตัดสิน
ขสมก.ถกเครียดฝ่ายกฎหมายยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาล เผยอาจต้องยอมเซ็นรับรถเมล์เอ็นจีวีถ้าศาลตัดสิน
จากกรณีที่ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.)ดำเนินการตรวจรับรถยนต์โดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ(เอ็นจีวี)ของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ที่กรมศุลกากรอนุญาตให้นำออกมาจากท่าเรือแหลมฉบังไว้ชั่วคราว ก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และภายหลังการดำเนินการตรวจรับรถยนต์โดยสารตามข้อสัญญาอื่นๆแล้ว ให้ ขสมก.ดำเนินการตามสัญญาต่อไป
นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะ รักษาการ ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า เตรียมเรียกประชุมคณะกรรมการด้านกฎหมายเพื่อพิจารณาแนวทางการเตรียมข้อมูลในการยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง และเข้าชี้แจงศาลปกครองสูงสุดภายใน 15 วัน ทั้งนี้ถ้าศาลสูงสุดยังยืนตามศาลชั้นตนคือให้ขสมก.รับรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันก็จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวถึงแม้ว่าทางขสมก.จะบอกเลิกสัญญาไปแล้วก็ตาม ส่วนด้านสาเหตุที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เซ็นสัญญารับรถเมล์เอ็นจีวีเนื่องจากผู้บริหารขสมก.ซึ่งรวมถึงอดีตผู้อำนวยการ ขสมก.ที่ได้เข้าชี้แจงต่อศาลก่อนหน้านี้นั้นระบุไว้สองประเด็นคือ 1.ไม่ได้ชี้ชัดว่าแหล่งกำเนิดรถเมล์เอ็นจีวีเป็นสาระสำคัญเพื่อบอกเลิกสัญญาเบสท์ริน 2.ไม่ได้ชี้ชัดว่าคุณสมบัติของตัวรถเมล์เอ็นจีวีเป็นสาระสำคัญในการบอกเลิกสัญญา แต่อย่างไรก็ตามตนจะเร่งหารือกับฝ่ายกฎหมายเพื่อต่อสู้ต่อไป
"มองว่าอดีตผอ.เป็นผู้ริเริ่มโครงการนี้จึงพูดได้ไม่เต็มปาก ไม่เหมือนกับผมที่เป็นคนนอกจึงสามารถพูดชี้แจงต่อศาลได้มากกว่า"นายสมศักดิ์กล่าว
นายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามทางคณะกรรมการบอร์ดขสมก.จะได้ข้อสรุปเพื่อจัดการปัญหาของโครงการนี้ในวันที่ 11 เม.ย. ตามที่กรอบเวลา 15วันที่เคยกำหนดไว้และจะดำเนินการตามมติขสมก.ทันทีโดยไม่ยึดโยงคำสั่งศาล อีกทั้งถ้าขสมก.เกิดบอกเลิกสัญญาไปก่อนแล้วศาลตัดสินให้รับรถเมล์เอ็นจีวี. กระบวนการส่งมอบก็จะยุ่งยากมากขึ้นเพราะยุติการซื้อขายไปแล้ว







