
เคาะกองทุนฯหมื่นล.
เคาะแนวทางใช้เงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันหมื่นล้านหนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายเกิด คาดเริ่มใช้ใน 1 เดือน
โพสต์ทูเดย์ - เคาะแนวทางใช้เงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันหมื่นล้านหนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายเกิด คาดเริ่มใช้ใน 1 เดือน
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (กขข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมนัดแรกโดยหารือกันเพื่อกำหนดกรอบการทำงานของกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มใช้เงินในกองทุนนี้ได้ภายใน 1 เดือน
ทั้งนี้ ได้กำหนดประเภทอุตสาหกรรมเป้าหมายและลักษณะของกิจการ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดว่าต้องเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ไม่เคยมีการผลิต หรือการให้บริการในประเทศไทยมาก่อน หรือเป็นอุตสาหกรรมที่มีการใช้เทคโนโลยีใหม่ หรือใช้ความรู้ในการผลิตขั้นสูง เพื่อให้เกิดการพัฒนาและส่งเสริมนวัตกรรม
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่า ควรจะกำหนดกรอบของอุตสาหกรรมที่จะใช้เงินกองทุนนี้สนับสนุนให้มากกว่า 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของรัฐบาล เพราะในอนาคตข้างหน้าเหตุการณ์อาจเปลี่ยนแปลงไป จึงมอบหมายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปหารือรายละเอียดกับสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อนำกลับมาเสนออีกครั้ง
“รูปแบบการให้สิทธิประโยชน์อดีตจะเน้นการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยบีโอไอ จากเดิมให้การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 8 ปี แก้ไขใหม่เป็นให้การยกเว้นภาษีนิติบุคคลได้ถึง 13 ปี และภายใต้กฎหมายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สามารถยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลถึง 15 ปี สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมายและมีเงินในกองทุน 1 หมื่นล้านบาท เข้ามาเสริม โดยจะมีทีมเจรจากับแต่ละบริษัทเป็นรายๆ ไป และการให้วงเงินแต่ละบริษัทไม่เหมือนกัน จึงต้องปกปิดเป็นความลับ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ไม่เช่นนั้นจะเจรจากับบริษัทต่อไปยากมาก โดยการเจรจานั้นจะมีรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เป็นหัวหน้าทีมเจรจาเอง” นายณัฐพร กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในประเทศอื่นๆ มีการจัดตั้งกองทุนลักษณะนี้เช่นเดียวกับไทย โดยมาเลเซียมีวงเงิน 8,500 ล้านบาท มุ่งไปยังอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ขณะที่สิงคโปร์ตั้งกองทุนวงเงิน 7 หมื่นล้านบาท ส่วนญี่ปุ่นและไอร์แลนด์ก็มีกองทุนคล้ายคลึงกัน ส่วนการให้เงินนั้นจะจัดสรรให้ตามเงื่อนไข โดยจะจ่ายเป็นงวดๆ ตามที่คณะอนุกรรมการกำหนดว่าแต่ละบริษัทต้องทำอะไรบ้าง เช่น การทำวิจัย มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาอย่างชัดเจนด้วย







