
ดัชนีผลผลิตฯเดือนก.พ.วูบ
สศอ.เผยปรับลดลงครั้งแรกรอบ7เดือน อ้างโรงกลั่นฯหยุดซ่อมฉุดผลิตลดลง
สศอ.เผยปรับลดลงครั้งแรกรอบ7เดือน อ้างโรงกลั่นฯหยุดซ่อมฉุดผลิตลดลง
โพสต์ทูเดย์ - ดัชนีผลผลิตเดือน ก.พ.ปรับลดลงมาอยู่ที่ 110.54 ครั้งแรกในรอบ 7 เดือน อ้างโรงกลั่นฯ ปิดซ่อมบำรุงฉุดกำลังการผลิต ลุ้นเดือน มี.ค.ดีดกลับ
นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือน ก.พ. 2560 ว่า อยู่ที่ 110.54 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1.5% และเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตในเดือน ก.พ. 2560 อยู่ที่ 60.10% ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ระดับ 60.67%
ทั้งนี้ เป็นผลจากการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของโรงกลั่นน้ำมันทำให้ต้องลดการผลิตลง เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.16% และลดลงจากเดือนก่อน 24.32% ทำให้น้ำมันสำเร็จรูปต่างๆ มีปริมาณการผลิตลดลง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่มีสัดส่วนการผลิตและจำหน่ายสูงสุดปรับตัวลดลง
นอกจากนี้ การผลิตของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ปรับลดลง เพราะอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนรุ่นและเปลี่ยนเทคโนโลยี แต่เชื่อว่าดัชนีที่ปร้บลดลงจะเป็นผลกระทบแค่ระยะสั้น คาดว่าค่าดัชนีในเดือน มี.ค.นี้จะกลับมาบวกอีกครั้ง
“มองว่าค่าดัชนีในเดือน ก.พ.ที่ปรับลดลงสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นนั้น จะเป็นแค่ระยะสั้น และเชื่อมั่นว่าค่าดัชนีในเดือน มี.ค.จะกลับมาดีขึ้น เพราะทิศทางมีแนวโน้มดีขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมค่าดัชนีในไตรมาสแรกปีนี้จะดีกว่าปีก่อน เหตุนี้จึงทำให้ สศอ.ยังมองว่าค่าดัชนีเอ็มพีไอรวมทั้งปีนี้จะโตอยู่ที่ 0.5-1.5% ส่วนจีดีพีภาคอุตสาหกรรมจะโตอยู่ที่ 1-2%” นายวีรศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มภาพรวมอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2560 ยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวเช่นกัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักในการส่งออก เช่น อุตสาหกรรมชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่คาดว่าจะโต 8.81% เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็กกล้า เวชภัณฑ์ยา และอาหารที่คาดจะโต 0.3%
สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อค่าดัชนีเอ็มพีไอ คือ รถยนต์ที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.34% ซึ่งเป็นการปรับลดลงของกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางที่เป็นตลาดส่งออกหลัก 10.82% นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ยาง ปรับตัวลดลง 9.30% ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงต้นปีที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบ (น้ำยาง) ออกสู่ตลาดน้อย เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ปรับตัวลดลง 12.67% เนื่องจากผู้ผลิตปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเป็นรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มตลาดที่มีการแข่งขันสูง
สำหรับ ทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ หากเทียบกับค่าเงินสกุลอื่นๆ ในภูมิภาคถือว่ายังไม่กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกมากนัก จนถึงจุดที่ทำให้ไทยเสียเปรียบ เพราะเป็นการแข็งค่าไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกันการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นก็เป็นผลดีต่อการนำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบ ส่งผลให้การนำเข้าในเดือน ก.พ. 2560 สูงถึง 20.4% จากเดือน ม.ค.ที่มีการนำเข้าเพียง 5.2% เท่านั้น
ทั้งนี้ สถานการณ์ภัยแล้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กังวลอยู่ว่า สถานการณ์ภัยแล้งจะกลับมารุนแรงเหมือนกับช่วงปีที่ผ่านมาหรือไม่ เพราะจะมีผลต่อดัชนีภาคเกษตร และจะไปฉุดกำลังซื้อผู้บริโภคจนทำให้ค่าดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมลดตามไปด้วย แต่เมื่อพิจารณาจากรายงานของกรมชลประทานแล้ว ถือว่าสถานการณ์ยังไม่รุนแรงเท่าปีก่อน
อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น และหากสถานการณ์ภัยแล้งไม่รุนแรง ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีการพิจารณาปรับประมาณการภาพรวมตัวเลขค่าดัชนีเอ็มพีไอและจีดีพี ภาคอุตสาหกรรมปีนี้ใหม่อีกครั้ง







