posttoday
‘จีไอ’ ข้าวสังข์หยดพัทลุง หนุนเกษตรกรโกอินเตอร์

‘จีไอ’ ข้าวสังข์หยดพัทลุง หนุนเกษตรกรโกอินเตอร์

01 เมษายน 2560

อีกหนึ่งเครื่องมือการทำตลาดสินค้าระดับโลก ที่หน่วยงานรัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เร่งเข้ามาผลักดัน คือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (จีไอ)

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

อีกหนึ่งเครื่องมือการทำตลาดสินค้าระดับโลก ที่หน่วยงานรัฐอย่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เร่งเข้ามาผลักดัน คือ สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (จีไอ) ที่มุ่งกระตุ้นให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนหันมาขึ้นทะเบียนสินค้าจีไอ โดยเฉพาะสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจงคุณภาพ หรือมีชื่อเสียงของสินค้านั้นๆ เปรียบเสมือนเป็นแบรนด์ของท้องถิ่นที่บ่งบอกถึงคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า

นัด อ่อนแก้ว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านเขากลาง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปข้าวสังข์หยด เล่าว่า กลุ่มได้ขึ้นทะเบียนข้าวสังข์หยดเป็นสินค้าจีไอมาตั้งแต่ปี 2548 หลังจากมีการรวมกลุ่มครั้งแรกในปี 2540 ถึงปัจจุบันมีสมาชิกเกษตรกรรวมประมาณ 69 ครัวเรือน มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวสังข์หยดรวมกัน 900 ไร่ ให้ผลผลิตต่อไร่อยู่ที่ประมาณ 450 กิโลกรัม

สำหรับการรวมกลุ่มนั้น เพื่อแก้ปัญหาด้านผลผลิตข้าวจากการทำนาปีละครั้ง พร้อมเพิ่มมูลค่าข้าวสังข์หยดให้เป็นสินค้าประจำท้องถิ่นของ จ.พัทลุง ด้วยการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอ รวมถึงเพื่อลดปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำที่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางในอดีตด้วย

ทั้งนี้ ได้วางแนวคิดการดำเนินการของกลุ่มใน 4 เรื่องหลัก คือ 1.เชื่อมโยงความคิดเพื่อนำไปปฏิบัติ 2.เชื่อมโยงวัตถุดิบ จากในช่วงปีที่ผ่านมาภาคใต้ประสบปัญหาน้ำท่วมส่งผลเสียหายผลผลิตข้าวไปกว่า 50% ซึ่งทางกลุ่มได้เชื่อมโยงเครือข่ายต่อการจัดหาวัตถุดิบเพื่อส่งตลาดได้ เป็นต้น 3.เชื่อมโยงกับทุนให้เกิดการหมุนเวียน และ 4.เชื่อมตลาดได้ ล่าสุดทางกลุ่มได้นำข้าวสังข์หยดเข้าไปวางจำหน่ายในช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตท็อปส์ ที่เข้ามารับซื้อโดยตรงกับทางกลุ่มด้วย

นัด อธิบายเชิงภูมิศาสตร์ให้ฟังว่า จ.พัทลุง ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน (โซน) หลัก คือ 1.โซนเหนือ 2.โซนกลาง 3.โซนใต้ บริเวณปากพะยูน โดยพื้นที่ที่ปลูกข้าวสังข์หยดจะอยู่ที่โซนเหนือ มี 6 กลุ่ม ซึ่งข้าวสังข์หยดมีคุณสมบัติหรือข้อมูลทางโภชนาการสูง และรสชาติที่ดี สามารถนำมาแปรรูปเป็นวัตถุดิบเพื่อนำไปประกอบอาหารเมนูต่างๆ ได้ทั้งคาวหวาน

“สังข์หยดเป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองประจำ จ.พัทลุง มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งแม้ว่าสายพันธุ์ข้าวดังกล่าวจะสามารถนำไปปลูกได้ในทุกจังหวัด แต่ก็จะให้รสชาติที่ไม่เหมือนในพัทลุง ที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าจีไอได้” นัด กล่าว

หลังจากที่ข้าวสังข์หยดได้จีไอแล้ว ยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผลผลิตท้องถิ่นได้มากยิ่งขึ้น และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า โดยกลุ่มได้นำข้าวสังข์หยดเข้าจำหน่ายในท็อปส์ตั้งแต่ปี 2557 ผ่านโครงการท็อปส์เพื่อเกษตรกรไทย ร่วมใจประชารัฐ เป็นปีที่ 2 ในปัจจุบันสินค้ามีราคาขายอยู่ที่ 140 บาท/กก. และช่องทางขายปลีกท้องถิ่น 70 บาท/กก. เทียบกับราคาขายปลีกข้าวที่ไม่มีจีไออยู่ที่ประมาณ 40 บาท/กก.

ขณะเดียวกันทางกลุ่มยังได้นำระบบการบริหารจัดการเข้ามาใช้ร่วมกับการผลิตและการทำตลาดด้วย โดยแบ่งสัดส่วนผลผลิตที่ได้ออกเป็น 30% เพื่อส่งทำตลาดในท็อปส์ และที่เหลือ 70% เป็นส่วนกลางเพื่อแบ่งปันให้กับครัวเรือนเกษตรกรเพื่่อการบริโภค รวมถึงการจำหน่ายสินค้าในหน้าร้านของกลุ่มในจังหวัดด้วย นอกเหนือจากการปันผลตอบแทนให้กับสมาชิกตามสัดส่วนหุ้น หรือเฉลี่ยรายได้คืนกลับประมาณ 25%

นัด ยังทิ้งท้ายว่าปัจจุบันเริ่มมีเกษตรกรคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ระดับอุดมศึกษา และมีอายุเฉลี่ย 20-30 ปี หันมาเป็นเกษตรกรปลูกข้าวในท้องถิ่นมากขึ้น หรือมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 30-40% ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีที่ภาคกสิกรรมของไทยจะได้ชาวนารุ่นใหม่ที่มีความรู้ พร้อมนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการผลผลิตและการทำตลาดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทั้งอาชีพและ รายได้ที่มั่นคงให้กับภาคอุตสาหกรรมเกษตรของไทยมากขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท