posttoday
เคลียร์สต๊อกยาง1.5แสนตัน

เคลียร์สต๊อกยาง1.5แสนตัน

31 มีนาคม 2560

กยท.โละสต๊อกยางแล้ว 1.5 แสนตัน มูลค่า 1.4 หมื่นล้าน คาดสิ้นเดือน พ.ค.เคลียร์หมดครบ 3.1 แสนตันนายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้มีการจัดประมูลยางพาราในโครงการของรัฐจำนวน 3.1 แสนตัน ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาตามนโยบายนายกรัฐมนตรีกำหนดให้เคลียร์สต๊อกยางรัฐเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ โดยขณะนี้ได้มีการประมูลไปแล้วได้จำนวน 1.5 แสนตัน มูลค่าประมาณ 14,347 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยที่ 64-73 บาท/กิโลกรัม (กก.)ทั้งนี้ การประชุมครั้งสุดท้ายคือวันที่ 31 มี.ค. 2560 ที่ยังเหลือประมาณอีกประมาณ 1.5 แสนตัน ล่าสุดมีเอกชนยื่นซองประมูลแล้ว 15 ราย ต้องรอดูว่าจะประมูลได้เงินคืนมาอีกเท่าไหร่จากจำนวนเงินที่รัฐที่ใช้ใน 2 โครงการ คือ โครงการแทรกแซงราคายางพาราของรัฐ 2 หมื่นกว่าล้านบาท และโครงการมูลภัณฑ์กันชนอีกประมาณ 9,000 ล้านบาทสำหรับหลังประมูลต้องขนย้ายให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ดังนั้นการประชุมครั้งสุดท้ายคือ 31 มี.ค.นี้ หากไม่สามารถขายได้หรือประมูลออกไม่หมด ก็จะเสนอคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ดการยาง) พิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ยางรัฐหมดสต๊อกตามกำหนดเดือน พ.ค. 2560 “ที่ผ่า

กยท.โละสต๊อกยางแล้ว 1.5 แสนตัน มูลค่า 1.4 หมื่นล้าน คาดสิ้นเดือน พ.ค.เคลียร์หมดครบ 3.1 แสนตัน

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) เปิดเผยว่า กยท.ได้มีการจัดประมูลยางพาราในโครงการของรัฐจำนวน 3.1 แสนตัน ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมาตามนโยบายนายกรัฐมนตรีกำหนดให้เคลียร์สต๊อกยางรัฐเสร็จในเดือน พ.ค.นี้ โดยขณะนี้ได้มีการประมูลไปแล้วได้จำนวน 1.5 แสนตัน มูลค่าประมาณ 14,347 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยที่ 64-73 บาท/กิโลกรัม (กก.)

ทั้งนี้ การประชุมครั้งสุดท้ายคือวันที่ 31 มี.ค. 2560 ที่ยังเหลือประมาณอีกประมาณ 1.5 แสนตัน ล่าสุดมีเอกชนยื่นซองประมูลแล้ว 15 ราย ต้องรอดูว่าจะประมูลได้เงินคืนมาอีกเท่าไหร่จากจำนวนเงินที่รัฐที่ใช้ใน 2 โครงการ คือ โครงการแทรกแซงราคายางพาราของรัฐ 2 หมื่นกว่าล้านบาท และโครงการมูลภัณฑ์กันชนอีกประมาณ 9,000 ล้านบาท

สำหรับหลังประมูลต้องขนย้ายให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ดังนั้นการประชุมครั้งสุดท้ายคือ 31 มี.ค.นี้ หากไม่สามารถขายได้หรือประมูลออกไม่หมด ก็จะเสนอคณะกรรมการบริหารการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ดการยาง) พิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้ยางรัฐหมดสต๊อกตามกำหนดเดือน พ.ค. 2560

“ที่ผ่านมารัฐใช้เงินกับโครงการซื้อยางทั้งหมด 2.8 หมื่นล้านบาท และเสียเงินค่าเช่าโกดังอีกปีละ 160 ล้านบาท ตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2552 รวมแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้เงินคืนมาประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท หากวันที่ 31 มี.ค. ขายได้เงินเข้ามาอีก จะลดความกดดันทางจิตวิทยาตลาดได้ เพราะขณะนี้เกษตรกรบอกว่าปริมาณยางในสต๊อกรัฐทำให้ราคายางในตลาดไม่ปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นหากเคลียร์หมดในเดือน พ.ค. จะทำให้ยางพาราที่ออกมาในฤดูใหม่สะท้อนจากราคาตลาดที่แท้จริง” นายธีธัช กล่าว

ปัจจุบันราคาที่ กยท.ขายได้เฉลี่ยประมาณ 63-73 บาท/กก. เป็นราคาที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล