
ไทย-สหรัฐนัดแรก หวังการค้าลงทุนพุ่ง
ไทย-สหรัฐ เปิดวงถก 3 เม.ย. เวทีการค้าการลงทุนครั้งแรกยุคทรัมป์ ชูหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เพิ่มความร่วมมือในอนาคตนายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ (TIFA JC) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ประจำปี 2560 ในวันที่ 3 เม.ย. ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกกับสหรัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ถือเป็นโอกาสดีในการหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจและเป็นประโยชน์ร่วมกันนอกจากนี้ จะหารือเกี่ยวกับนโยบายการค้าการลงทุนของสหรัฐภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทยในการกำหนดกลยุทธ์ด้านการค้าและการลงทุนในตลาดสหรัฐที่ต้องการสร้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนวทางความร่วมมือและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพิ่มเติมสำหรับสินค้า Travel Goods ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพนางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเดินทางเย
ไทย-สหรัฐ เปิดวงถก 3 เม.ย. เวทีการค้าการลงทุนครั้งแรกยุคทรัมป์ ชูหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เพิ่มความร่วมมือในอนาคต
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐ (TIFA JC) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส ประจำปี 2560 ในวันที่ 3 เม.ย. ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการหารืออย่างเป็นทางการครั้งแรกกับสหรัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ถือเป็นโอกาสดีในการหารือเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือระหว่างกันในลักษณะหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ (Strategic Partnership) ที่ทั้งสองฝ่ายสนใจและเป็นประโยชน์ร่วมกัน
นอกจากนี้ จะหารือเกี่ยวกับนโยบายการค้าการลงทุนของสหรัฐภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับไทยในการกำหนดกลยุทธ์ด้านการค้าและการลงทุนในตลาดสหรัฐที่ต้องการสร้างงานในประเทศเพิ่มขึ้น รวมทั้งแนวทางความร่วมมือและแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ไทยขอรับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) เพิ่มเติมสำหรับสินค้า Travel Goods ซึ่งเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวถึงการเดินทางเยือนสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อร่วมกันหารือระดับรัฐมนตรี ในที่ประชุม German-Asian Business Dialogue ครั้งที่ 2 ว่า ได้เชิญชวนนักลงทุนเยอรมนีมาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งไทยจะผลักดันเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่ทันสมัยของอาเซียน โดยมีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่นทางถนน ราง เรือ และทางอากาศ ขณะเดียวกันได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท บีเอ็มดับเบิลยู โดยได้ชวนให้พิจารณาใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ของอาเซียน เพื่อลงทุนผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบในอีอีซี ซึ่งบีเอ็มดับเบิลยูแจ้งว่าเห็นศักยภาพของไทยสามารถขยายการผลิตรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง







