
ค่ายมือถือยังไม่ฟ้องกทช.สั่งปรับเงินเปิดคงสิทธิหมายเลขล่าช้า
ค่ายมือถือยังไม่ฟันธงฟ้องศาลคุ้มครอง กรณี กทช. สั่งปรับเงินวันละ 1.6แสนบาท หลังเปิดให้บริการคงสิทธิหมายเลขไม่ได้ตามกำหนด รอลุ้นผลตัดสินคุ้มครองฉุกเฉิน กสทฯ 10 ก.ย.
ค่ายมือถือยังไม่ฟันธงฟ้องศาลคุ้มครอง กรณี กทช. สั่งปรับเงินวันละ 1.6แสนบาท หลังเปิดให้บริการคงสิทธิหมายเลขไม่ได้ตามกำหนด รอลุ้นผลตัดสินคุ้มครองฉุกเฉิน กสทฯ 10 ก.ย.
นายปรีย์มน ปิ่นสกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศูนย์ให้บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์ หรือ เคลียริ่งเฮ้าส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ในส่วนของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยเฉพาะการยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อคุ้มครองฉุกเฉิน หลังคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. มีมติให้ปรับเอกชนวันละ 1.6 แสนบาท ที่เปิดให้บริการคงสิทธิเลขหมาน หรือ นัมเบอร์พอร์ทิบิลิติ้ ล่าช้า
ทั้งนี้ แม้ดีแทคจะเห็นว่าค่าปรับดังกล่าวแพงเกินไป และเป็นการคำนวณที่ไม่ถูกต้อง แต่ดีแทคไม่ต้องการเป็นคดีความ และ รอดูว่าศาลปกครองจะคุ้มครองฉุกเฉิน บริษัท กสท โทรคมนาคม ที่ได้ยื่นฟ้องไปก่อนหน้านี้หรือไม่ เพราะหากศาลปกครองคุ้มครอง กสทฯ ทั้ง 4 ราย คือ ดีแทค บริษัท แอดวาน์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ทรูมูฟ และ ทีโอที ก็จะได้รับการคุ้มครองฉุกเฉินเช่นเดียวกัน
สำหรับกสทฯ ได้ยื่นฟ้อง ศาลปครองเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะไม่ต้องการเสียค่าปรับให้กทช. ซึ่งเบื้องต้นศาลได้รับฟ้องแต่ไม่รับไต่สวน เนื่องจากทางกทช.ยังไม่ได้ปรับจริง จึงต้องรอดูว่าหลัง กทช.เริ่มปรับจริงวันที่ 10 ก.ย. นี้ ศาลปครองจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร
นายปรีย์มน กล่าวว่า จำนวนลูกค้า 1.2 ล้านรายที่กทช. นำมาใช้คำนวณค่าปรับนั้นไม่ถูกต้อง เพราะจากการที่ดีแทคและเอไอเอสเปิดให้ลูกค้าที่สนใจเปลี่ยนค่ายแสดงความจำนงพบว่ามีเพียงรายละ 100 คนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางดีแทคต้องรอเอกสารแจ้งค่าปรับจาก กทช. อย่างเป็นทางการว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตามการฟ้องศาลปกครองถือเป็นสิทธิ์ของผู้ให้บริการแต่ละราย ไม่จำเป็นต้องเป็นมติร่วม แม้จะร่วมกันจัดตั้งเคลียริ่งเฮ้าส์ก็ตาม
ส่วนการทดสอบระบบระหว่างผู้ให้บริการที่ได้เริ่มดำเนินการระหว่างดีแทคกับเอไอเอสแล้วยังไม่พบปัญหาที่รุนแรง ซึ่งคาดว่าจะสามารถให้บริการได้ทันปลายเดือนพ.ย.หรือ ต้นเดือน ธ.ค.ตามกำหนดที่วางไว้ ซึ่งเอกชนยืนยันว่าจะไม่ระบุวันที่แน่นอนตามที่ กทช.สั่ง เพราะหากระบุวันที่แล้วไม่สามารถเปิดให้บริการได้จริง จะสร้างความเสียหายต่อเอกชนและ กทช. มากกว่าเดิม







