
หนุนองค์กรเตรียมพร้อม ก่อนนำไอโอทีให้บริการ
ไอดีซี บริษัทที่ปรึกษาและวิจัยข้อมูลการตลาดชั้นนำระดับโลก คาดการณ์ว่าในปี 2563
กว่า 10% ขององค์กร 2,350 องค์กร ปรับยุทธศาสตร์ 12 เดือนข้างหน้ามุ่งสู่ไอโอทีทว่าการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ประเภทนี้มีความซับซ้อนจึงต้องวางแผนให้ดีเพื่อผลตอบแทนการลงทุนที่คุ้มค่า
ซิสโก้ แจสเปอร์ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มไอโอทีระดับโลก เปิดเผยผ่านรายงานเรื่องต้นทุนแอบแฝงของการนำเสนอบริการไอโอทีว่า องค์กรที่จะเริ่มใช้ไอโอทีต้องทำความเข้าใจต้นทุนการปฏิบัติการที่จะเกิดขึ้นจากไอโอที รวมถึงความสามารถทำรายได้จากการนำเสนอบริการใหม่ๆ และการประหยัดต้นทุนการปฏิบัติการและระยะเวลาที่จะใช้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุน (รีเทิร์นออน อินเวสเมนต์ หรือ อาร์โอไอ)
การให้บริการเชื่อมต่อไอโอทีมีต้นทุนที่หลากหลายทั้งในด้านการพัฒนาและการปฏิบัติการ หลายบริษัทที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ตลาดไอโอที ให้ความสำคัญกับค่าใช้จ่ายในการออกแบบแอพพลิเคชั่น การจัดหาฮาร์ดแวร์และกระบวนการผลิต การรักษาความปลอดภัยและการนำมาใช้งาน เหล่านี้ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายสำคัญที่จ่ายเพียงครั้งเดียวเป็นส่วนหนึ่งของภาพใหญ่ที่ต้องจ่ายเท่านั้น
ต้นทุนที่มักถูกมองข้ามคือค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกิดขึ้นซ้ำเพื่อเดินหน้าเชื่อมต่อบริการธุรกิจ ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายด้านเครือข่ายการสื่อสาร ค่าใช้จ่ายบุคลากรฝ่ายจัดการ และค่าใช้จ่ายด้านฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิค
สำหรับค่าใช้จ่ายด้านเครือข่ายการสื่อสาร คิดเป็น 33-50% ของต้นทุนการดำเนินงานทั้งหมด มีทั้งค่าธรรมเนียมการสมัครใช้งานอุปกรณ์/เดือน ค่าธรรมเนียมล่วงหน้าของอุปกรณ์/เดือน ส่วนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฝ่ายจัดการอยู่ที่ 20-50% ของต้นทุนรวม โดยอุปกรณ์ที่ใช้งานแล้วทุกชิ้นต้องการการมีปฏิสัมพันธ์อย่างน้อย 15 ครั้ง/ปี และการมีปฏิสัมพันธ์ทุกครั้งใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาที
ขณะที่ต้นทุนฝ่ายสนับสนุนทางเทคนิค คิดเป็น 10-33% ของต้นทุนรวม ซึ่ง 10% ของอุปกรณ์ที่ใช้งานแล้วต้องการงานสนับสนุนด้านนี้ กลุ่มแรกต้องการเวลาเฉลี่ยในการซ่อมแซม 25 นาที อีกกลุ่มต้องการ 3-5 ชั่วโมง ด้านเวลาเข้าสู่ตลาด ก็เป็นต้นทุนแฝงสำคัญ ประกอบด้วยต้นทุนจากเวลาในการจัดหาอุปกรณ์และบริการ ต้นทุนการทดสอบอุปกรณ์และบริการก่อนการใช้งานจริง
การเข้าใจในต้นทุนการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจากไอโอทีจะช่วยให้ผู้ให้บริการไอโอทีตัดสินใจได้ชาญฉลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยีและกระบวนการที่ต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าการให้บริการไอโอทีนั้นจะเกิดขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดแต่พร้อมใช้งานสูงที่สุดและตอบสนองการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า
ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยของไอโอที ก็เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่มีผลต่อต้นทุนด้านไอโอที โดยจากรายงานเจาะลึกเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่จัดทำโดย เอทีแอนด์ที ผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคม ระบุว่า ได้สำรวจองค์กรมากกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก พบว่า 85% ขององค์กรเหล่านี้อยู่ระหว่างหรือวางแผนนำอุปกรณ์ไอโอทีไปใช้งาน แต่มีเพียง 10% ที่รู้สึกมั่นใจว่าจะปกป้องอุปกรณ์ของพวกเขาจากแฮ็กเกอร์ได้ ในขณะที่งานวิจัยของ จีเอสเอ็มเอ หน่วยงานที่ดูแลคลื่นความถี่จีเอสเอ็มนั้นเปิดเผยหลักฐานที่แสดงว่าผู้โจมตีกำลังมุ่งเป้าหมายไปยังอุปกรณ์ไอโอทีมากขึ้น
สำหรับโจมตีอุปกรณ์ไอโอทีด้วยการเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีวางจำหน่ายโดยทั่วไปนั้น มีโอกาสเป็นไปได้ที่จะเกิดการลักลอบดักข้อมูลที่ผู้ผลิตหรืออาจเกิดการสอดแนมแบบเสมือนเข้าไปสู่บ้านเรือนส่วนตัว ซึ่งถ้าเกิดปัญหานี้แล้วไม่ได้รับการจัดการจะทำให้อุตสาหกรรมสูญเสียเรื่องความเชื่อมั่นการใช้งานและทำให้การนำไอโอทีมาให้บริการไม่เต็มศักยภาพที่มี
รายงานของซิสโก้ แจสเปอร์ ระบุอีกว่า การรักษาความปลอดภัยไอโอที เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการไอโอทีเช่น ผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมรถยนต์ การดูแลสุขภาพ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และบริการงานเทศบาล ไม่ใช่แค่มีข้อกำหนดการรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานตนเองก็เพียงพอแล้ว แต่ต้องจัดการกับความท้าทายอื่นด้วย เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการปกป้องข้อมูลมีมากและไม่ตรงกัน
ด้านผู้ผลิตอุปกรณ์ไอโอที ต้องมีชุดมาตรฐานซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดที่ผลิตออกมาต้องปฏิบัติตาม ในฝั่งของผู้ขายไอโอที ซิสโก้ แจสเปอร์ มองว่า ความปลอดภัยควรได้รับการออกแบบตั้งแต่ต้น เริ่มจากชุดเครื่องมือผู้พัฒนาที่ผู้ให้บริการเครือข่ายมีให้ ตามด้วยนโยบายที่กำหนดเพื่อนำไปใช้งาน จัดการ และรักษาความปลอดภัยอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อถึงกันไปจนถึงบริการขั้นสุดท้าย เช่น ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มการจัดการการเชื่อมต่อไอโอทีต้องตรวจสอบพฤติกรรมผิดปกติและสามารถตอบสนองอัตโนมัติต่อพฤติกรรมดังกล่าวได้ อาจปิดการทำงานอุปกรณ์โดยอัตโนมัติเมื่อมีการกระทำที่น่าสงสัยเกิดขึ้น
นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ต้องสร้างการรักษาความปลอดภัยลงในแอพพลิเคชั่นซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่อเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับอุปกรณ์นั้นด้วย ปิดท้ายที่ผู้ให้บริการเครือข่าย อาจใช้โซลูชั่นความปลอดภัยทั่วไปแทนที่จะใช้โครงสร้างพื้นฐานการรักษาความปลอดภัยที่ซ้ำซ้อนกัน เพราะผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ให้บริการไอโอทีมักใช้ข้อกำหนดความปลอดภัยเหมือนกันร่วมกันเพื่อปกป้องทรัพย์สินของพวกเขา
สรุปแล้วธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีดูแลจัดการความปลอดภัยไอโอทีเพื่อความยั่งยืนและความสำเร็จทางธุรกิจ ทั้งยังช่วยดูแลเรื่องต้นทุนการปฏิบัติการจากไอโอทีได้ด้วย โดยต้องประเมินการระบุตัวตน การยืนยันตัวเองตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางที่เกี่ยวกับบริการไอโอที ต้องตรวจดูว่าข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดที่แบ่งปันระหว่างอุปกรณ์ปลายทางและเซิร์ฟเวอร์หลังบ้านได้รับการเข้ารหัสข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลควบคุมทั้งหมดได้รับการจัดเก็บสอดคล้องกับข้อกำหนดความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและการปกป้องข้อมูลในท้องถิ่น ใช้แพลตฟอร์มการจัดการเชื่อมต่อไอโอทีและกำหนดนโยบายความปลอดภัยตามกฎเพื่อให้ดำเนินการได้ทันทีเมื่อตรวจพบพฤติกรรมผิดปกติจากอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และดำเนินวิธีการระดับเครือข่ายแบบครบวงจรเพื่อรักษาความปลอดภัย
เหล่านี้คือสิ่งที่องค์กรที่อยากมีไอโอทีบริการต้องตั้งรับให้ดีเพื่อให้ไอโอทีช่วยให้องค์กรบรรลุผลอย่างเต็มประสิทธิภาพ







