
เปิดวิสัยทัศน์ไทยแลนด์ 4.0 3 ค่ายร่วมมือใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อน
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัยประเทศไทยจะเข้าสู่ยุค 4.0 ไม่ได้หากไร้ซึ่งการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี “ไอที” จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนในครั้งนี้ วิสัยทัศน์เอ็มดีในแวดวงธุรกิจไอที ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นผู้นำทางและเป็นกลไกสำคัญสำหรับเส้นทางการทรานส์ฟอร์มของประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญมารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเมียนมา บริษัทฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (HDS) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้พร้อมกับการก้าวสู่การแข่งขัน โจทย์ขององค์กร คือ การทำอย่างไรให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้น บุคลากรต้องมีความเข้าใจ พร้อมกับนำเทคโนโลยีใช้ให้กับเหมาะสม และเชื่อว่าเป็นยุคที่เชื่อมระหว่างอุตสาหกรรมหนักกับเบาที่เดินไปด้วยกันมากกว่าอย่างไรก็ดี ไทยต้องนำใช้ไอทีเป็นหัวใจหลัก ทำอย่างไรให้ทำงานน้อยลงและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การทำโซเชียลอินโนเวชั่นหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ให้หน่วยงานและองค์กรเข้าถึงเทคโนโลยี มองว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้าไทยสังคมเมืองไทยก้าวสู่สมาร์ทซิตี้สมาร์ทโฮม และการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือไอโอที ส่วนทางด้านการแข่งขันธุรกิจรุนแรงและมีค
โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ประเทศไทยจะเข้าสู่ยุค 4.0 ไม่ได้หากไร้ซึ่งการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี “ไอที” จึงเป็นหัวใจสำคัญสำหรับการขับเคลื่อนในครั้งนี้ วิสัยทัศน์เอ็มดีในแวดวงธุรกิจไอที ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นผู้นำทางและเป็นกลไกสำคัญสำหรับเส้นทางการทรานส์ฟอร์มของประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญ
มารุต มณีสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทยและเมียนมา บริษัทฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ พีทีอี ลิมิเต็ด (HDS) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงให้พร้อมกับการก้าวสู่การแข่งขัน โจทย์ขององค์กร คือ การทำอย่างไรให้กระบวนการทำงานง่ายขึ้น บุคลากรต้องมีความเข้าใจ พร้อมกับนำเทคโนโลยีใช้ให้กับเหมาะสม และเชื่อว่าเป็นยุคที่เชื่อมระหว่างอุตสาหกรรมหนักกับเบาที่เดินไปด้วยกันมากกว่า
อย่างไรก็ดี ไทยต้องนำใช้ไอทีเป็นหัวใจหลัก ทำอย่างไรให้ทำงานน้อยลงและประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การทำโซเชียลอินโนเวชั่นหรือสร้างนวัตกรรมใหม่ให้หน่วยงานและองค์กรเข้าถึงเทคโนโลยี มองว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้าไทยสังคมเมืองไทยก้าวสู่สมาร์ทซิตี้สมาร์ทโฮม และการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตหรือไอโอที ส่วนทางด้านการแข่งขันธุรกิจรุนแรงและมีความซับซ้อน ระบบไอทีแตกกิ่งก้านสาขา เพื่อรองรับกับส่วนต่างๆ จำนวนอุปกรณ์ที่ต้องจัดการเพิ่มขึ้น
อลัน เจียง กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ กล่าวว่า หลายคนมองว่าไทยอยู่ในยุคแค่ 2.0 หรือ 3.0 แต่สำหรับผมไม่ได้สนใจว่าไทยอยู่ตรงไหนแต่เปลี่ยนแปลงอย่างไรให้เข้าสู่ยุค 4.0 หัวใจสำคัญการขับเคลื่อน คือ คนไทยไม่ได้ถูกพัฒนาไปตามเทคโนโลยี ถือว่าเป็นประเทศที่มีความพร้อมในภูมิภาคอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น ระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคของประเทศ ประสิทธิภาพของประชากรและสิ่งแวดล้อม
“การปฏิวัติอุตสาหกรรมเข้าสู่ 4.0 เป็นแนวโน้มของการนำระบบอัตโนมัติ เซ็นเซอร์และการแลกเปลี่ยนข้อมูลเข้ามาใช้อุุตสาหกรรมต่างๆ โดยผสานวัตถุหรือเครื่องจักร เข้ากับแนวคิดอินเทอร์เน็ตออฟธิงส์และระบบคลาวด์ เพื่อสร้างสิ่งที่เรียกว่าโรงงานอัจฉริยะ ในส่วนเทคโนโยลีของเอเซอร์ พัฒนาคลาวด์โปรเฟสเซอร์เป็นชุดอุปกรณ์เซ็นเซอร์และระบบอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับไอโอทีหรืออินเทอร์เน็ตออฟธิงส์
รวมทั้งมีซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์บริการลูกค้า” เจียง กล่าว
ขณะที่นโยบายของเอเซอร์ภายใต้วิชั่น บีวายโอซี โดยให้ความสำคัญกับทั้งกลุ่มฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการ เจาะตามไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์ไอโอทีโลกเสมือนจริง (Virtual Reality : VR) และการผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกเสมือน (Augmented Reality : AR) เป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่ผสานเอาโลกแห่งความเป็นจริง (Real) เข้ากับโลกเสมือน (Virtual) เจาะกลุ่มธุรกิจการศึกษาโรงภาพยนตร์ เพื่อสุขภาพ
เอกภาวิน สุขอนันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำประเทศไทย บริษัท วีเอ็มแวร์กล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยติดกับดักในยุค 3.0 หรือนำระบบอัตโนมัติ ทั้งหุ่นยนต์และแขนกลเข้ามาใช้ตามโรงงานแทนที่แรงงานมนุษย์ ส่งผลให้ประชากรมีรายได้อยู่ในระดับปานกลาง สำหรับการทรานส์ฟอร์มยุค 4.0 สินค้าเกษตรก็ต้องสร้างให้ผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวและทำให้แตกต่างกันแต่ละพื้นที่ นำเทคโนโลยีกับนวัตกรรมมาสร้างสินค้าหรือการบริการ
“ดาต้าเซ็นเตอร์ขององค์กรใช้โครงสร้างไม่เชื่อมโยง ให้เชื่อมโยงกับคลาวด์ การรักษาความปลอดภัย การปรับทัศนคติ และบุคลากรภายในองค์กรต้องมีความเข้าใจ ขณะที่กฎหมายของไทยยังไม่พร้อมรองรับกับยุค4.0 หรือธุรกิจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี อย่างเช่นกรณีอูเบอร์มีการล่อซื้อเกิดขึ้น โดยที่ในขณะนี้ภาครัฐไม่มีกฎหมายในเรื่องของคลาวด์แต่ทุกวันนี้ผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและย่อมหรือเอสเอ็มอีใช้คลาวด์เยอะมาก” เอกภาวินกล่าว
สำหรับความร่วมมือของสามค่าย จึงได้เปิดตัว Hitachi Unified Compute Platform(UCP) HCV240 จุดเด่นเป็นการรวมประมวลผล สตอเรจ และเน็ตเวิร์กเข้าในแพลตฟอร์มเดียวกัน ให้จัดการได้ในหนึ่งเดียวเสริมด้วยซอฟต์แวร์ HDS และ VMware Virtual SAN ที่มาพร้อมเครื่องมือกำหนดตั้งค่าระบบแบบอัตโนมัติซึ่งช่วยให้สร้างโฮสต์ VMware ESXi และตั้งค่า VMwear vCenter Server ได้ง่าย เวอร์ชวล
แมชีนเสร็จภายในไม่กี่คลิก
มารุต กล่าวว่า ความง่ายและความรวดเร็วในการใช้งานดังกล่าว ช่วยให้ธุรกิจไม่มีอุปสรรคทางด้านเวลาและบุุคลากรในการขยายระบบไอทีให้ครอบคลุมส่วนที่สำคัญ บริษัททุกขนาดสามารถใช่ HC V240 เพื่อเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน หรือใช้เพื่อกระจ่ายในแต่ละจุด เพิ่มการเข้าถึงของระบบข้อมูลและแอพพลิเคชั่นในองค์กรภายใต้งบประมาณที่ประหยัดกว่า บนโครงสร้างระบบที่ไม่ซับซ้อน
ทั้งนี้ Hitachi Unified Compute Platform (UCP) HCV240 ผู้ดำเนินธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอีสามารถนำระบบดังกล่าวไปใช้ได้ไม่ยากสิ่งสำคัญจัดเป็นซอฟต์แวร์ที่ราคาถูกลง 20-30% ขณะนี้ได้ทำตลาดเจาะกลุ่มธุรกิจในกรุงเทพฯ เป็นหลักก่อน ส่วนตลาดต่างจังหวัดมีแผนจะขยาย โดยไตรมาส 4 ไปเปิดตัวสินค้าในภาคเหนือ อาทิ จ.เชียงใหม่ และไตรมาสแรกเริ่มในกรุงเทพฯ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะที่เทรนด์การใช้คลาวด์มีอัตราการเติบโตมากกว่า 2 หลักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยโมบิลิตี้ทำให้การเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์มีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะทางด้านการใช้งานในองค์กรที่จะต้องมีการแชร์ไฟล์และใช้ข้อมูลจากพนักงานทุกที่ทุกเวลา รวมไปถึงปัจจุบันปริมาณการใช้งานของอุปกรณ์พกพามีเพิ่มขึ้น และต่อไปในกลุ่มธุรกิจไปสู่การใช้ไฮบริดคลาวด์เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาพนักงานใช้ไฮบริดคลาวด์อย่างน้อย 7 บริการโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของไพรเวทคลาวด์มีความปลอดภัยสูงจากการควบคุมการใช้งานขององค์กรเอง แต่มีการลงทุนสูงกว่าเมื่อเทียบกับพับบลิก คลาวด์ โดยที่เราจะไม่มีทางรู้ว่าข้อมูลอยู่ที่ไหน แต่โซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดในการจัดการกับข้อมูลเหล่านี้คือโซลูชั่นของไฮบริดคลาวด์ ที่รวมคุณสมบัติที่ดีของพับบลิก คลาวด์ และไพรเวทคลาวด์เข้าไว้ด้วยกันนั่นเอง
สภาพการแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง ยิ่งเป็นยุคที่ต้องใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมเพื่อต่อสู้กันทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มดำเนินธุรกิจให้เร็วและมีความแม่นยำทรงประสิทธิภาพเหนือคู่แข่ง หัวใจสำคัญในขณะนี้ไทยต้อง
เตรียมความพร้อมทางด้านประชากรที่ยังขาดความรู้และความเข้าใจกับเทคโนโลยี กฎหมายที่ต้องไล่ให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจะกลายเป็นเส้นใยบางๆ ขัดขวางธุรกิจเกิดใหม่







