posttoday
หุ้น กองทุน ประกัน 3 ประสานรับมือเกษียณ

หุ้น กองทุน ประกัน 3 ประสานรับมือเกษียณ

28 มีนาคม 2560

เวลาพูดถึงการวางแผนรับมือกับชีวิตในวัยเกษียณ ก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องการลงทุน

เวลาพูดถึงการวางแผนรับมือกับชีวิตในวัยเกษียณ ก็มักจะหนีไม่พ้นเรื่องการลงทุน เพราะช่วงเวลาการวางแผนที่แสนจะยาวนานทำให้เราสามารถแบ่งเงินไปลงทุนในหุ้นเพื่อให้ดอกผลงอกเงยได้ดีกว่าแค่การฝากเงิน

แต่ในงาน SET in the city ที่เพิ่งผ่านไปมีหนึ่งหัวข้อที่ทำให้มองเห็น “ลู่ทาง” การวางแผนเกษียณที่กว้างมากขึ้น นั่นคือ “จัดทัพรับเกษียณ ด้วย หุ้น กองทุน ประกันภัย” ที่ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและประกัน 3 คนมาร่วมให้ความรู้

วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ CFP กรรมการและที่ปรึกษาสมาคมนักวางแผนการเงินไทย

ธีรนาถ รุจิเมธาภาส CFP กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้

อุมาพันธ์ เจริญยิ่ง CFP รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต

(อย่าสงสัยว่า ทำไมทั้ง 3 คนนี้ถึงได้มี CFP พ่วงท้าย เพราะเครื่องหมายนี้ช่วยการันตีว่า ความรู้ด้านการวางแผนการเงินแบบแน่นปึ้กแน่นอน)

และอย่าคิดว่า การวางแผนเกษียณเป็นเรื่องของคนใกล้เกษียณเท่านั้น เพราะ วิวรรณ บอกว่า “ต้องคิดถึงเรื่องวัยเกษียณตั้งแต่วินาทีแรกที่เริ่มทำงาน... โดยในช่วงอายุน้อยๆ ยังไม่มีเงินออม ก็ต้องเริ่มเก็บออมให้มีก่อน แล้วนำเงินที่เก็บออมไปลงทุน เพื่อให้งอกเงย”

โดยสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อสร้างความมั่นคงให้ชีวิต คือ การใช้จ่าย

“วัยทำงาน ส่วนใหญ่ต้องกู้บ้าง ต้องมีหนี้บ้าง เพราะสินทรัพย์บางอย่างไม่สามารถใช้เงินสะสมซื้อมาได้ แต่การผ่อนบางอย่างก็เป็นเหมือนการเก็บเงิน เช่น การผ่อนบ้าน เป็นเหมือนการหยอดกระปุกออมสิน หยอดไปเรื่อยๆ จนเต็มกระปุก บ้านก็จะกลายเป็นของเรา” วิวรรณ แนะนำ

และหากได้เก็บออมและลงทุนมาตลอด เมื่อเข้าใกล้วัยเกษียณ ต้องมาประเมินว่า เงินที่เก็บออมมานั้นเพียงพอสำหรับวิถีชีวิตวัยเกษียณที่ต้องการหรือไม่

“ในบรรดาเป้าหมายในชีวิต ไม่มีก้อนไหนใหญ่เท่ากับกับเงินเพื่อการเกษียณเลย ไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน ก็จะใช้เงินวัยเกษียณมากที่สุด และอย่าเชื่อว่าหลังเกษียณแล้วเราจะใช้เงินน้อยลง เพราะส่วนใหญ่เราจะติดกับไลฟ์สไตล์ตั้งแต่ช่วงวัยทำงาน” วิวรรณกล่าว

ธีรนาถ ช่วยตอกย้ำอีกแรงว่า เงินที่ควรจะมีไว้ในวันเกษียณไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลย โดยเฉพาะ“คนที่มีอายุ 40 ปีในตอนนี้ จะต้องมีเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณประมาณ 15-20 ล้านบาท ทุกคน”

แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะ ธีรนาถ บอกว่า ถ้ามีเวลาก่อนจะเกษียณอีกสัก 20 ปี ก็น่าจะยังพอมีเวลาสำหรับการลงทุนเพื่อเกษียณ เพราะการลงทุนในหุ้นไทยยังได้รับความคาดหมายว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10-12%

และจากสถิติ 15 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสะสม 407.8% หรือเฉลี่ย 11.4%

“ถ้าขยันออม ขยันเก็บตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็อาจจะทำให้ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้ตามความจำเป็น แต่ถ้าอายุมาก ออมมาน้อย อาจจะต้องลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมาก” ธีรนาถ กล่าว

ธีรนาถ บอกอีกว่า การออมเพื่อการเกษียณจะต้องทำตัวให้เป็น“คนสายตายาว” เพราะต้องมองยาวๆ อย่ามองสั้น

ขณะที่ วิวรรณ แนะนำเป็นพอร์ตลงทุนที่เหมาะสมกับระดับการยอมรับความเสี่ยง หรือช่วงวัยในปัจจุบัน โดยแบ่งออก 5 ช่วงวัย โดยกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ 7 กลุ่ม ต่อไปนี้ ตลาดเงิน/เงินฝาก พันธบัตร/หุ้นกู้อสังหาริมทรัพย์ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์และอื่นๆ ซึ่งสามารถลงทุนโดยตรง หรือลงทุนผ่านกองทุนรวม

ถ้าเป็นคนที่เกษียณแล้ว หรือใกล้เกษียณ จะแนะนำให้ลงทุนในพอร์ตแบบอนุรักษนิยม ซึ่งช่วงนี้อยู่ในแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น จึงให้มีสภาพคล่องไว้มากหน่อย แต่ดอกเบี้ยในประเทศคงจะไม่ได้ขึ้นเร็วๆ นี้ อาจจะไปขึ้นปลายปีนี้ หรือปีหน้า และยังคงมีสัดส่วนการลงทุนหุ้นรวม 20%

“ต้องใจกล้าๆ หน่อย” วิวรรณ กล่าว พร้อมกับเล่าย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เธอซื้อกองทุนหุ้นให้แม่ซึ่งวันนี้เงิน 3 ล้านบาท กลายเป็น 20 ล้านบาท ไปแล้ว”

แต่ไม่ว่า จะเป็นพอร์ตแบบไหนในปีนี้วิวรรณ ไม่แนะนำให้มีการลงทุนในทองคำเลย

“แต่ละคนจะมีพอร์ตไม่เหมือนกัน ต้องจัดให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของตัวเองแต่ที่เหมือนกัน คือ ต้องกระจายความเสี่ยงและอย่าเก็บเงินเป็นก้อนเดียว ต้องแบ่งเป็นก้อนๆ ซึ่งยิ่งแบ่งละเอียดได้มากยิ่งดีหรืออย่างน้อยเป็นการออมระยะสั้นกับระยะยาว เพราะถ้าออมเป็นก้อนเดียวจะทำให้ไม่กล้าลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง”

แต่ไม่ว่า จะออมมากแค่ไหน แต่ อุมาพันธ์ เตือนว่า “เจ็บทีเดียว ความมั่งคั่งที่สร้างมาอาจจะหมดไปทั้งก้อน” เพราะฉะนั้นต้องวางแผนปกป้องความมั่งคั่งไปพร้อมๆ กับการวางแผนเกษียณ

“ในอดีต เราอาจจะคิดถึงการทำประกันสะสมทรัพย์ หรือถ้าเป็นประกันสำหรับวัยเกษียณก็จะเป็นประกันบำนาญ แต่ตอนนี้มีประกันรูปแบบใหม่ คือ Unit Link ซึ่งเป็นประกันพ่วงการลงทุน โดยที่ให้ความคุ้มครองแบบประกัน แต่มีการลงทุนควบคู่ไปด้วย”

อุมาพันธ์ บอกว่า ถ้าเปรียบเทียบการซื้อประกันแบบเดิมและลงทุนเอง กับการซื้อ Unit Link แล้ว ในระยะยาว Unit Link จะมีต้นทุนถูกกว่า

แต่จะซื้อประกันให้มีความคุ้มครองมากแค่ไหนอุมาพันธ์ แนะนำให้ประเมินจาก 4 ข้อต่อไปนี้

1.คนข้างหลังต้องการความดูแลไปนานแค่ไหน หลังจากที่เราจากไป... “ต้องการให้ดูแลลูกน้อยและเมียรักไปถึงเมื่อไร”

2.เรามีความสามารถในการหารายได้ไปอีกกี่ปี...“เช่น ตอนนี้อายุ 40 ปีมีเวลาทำงานอีก 20 ปีก็ใช้ความสามารถในการหารายได้ใน 20 ปีนั้นมาใช้เป็นทุนประกัน”

3.ครอบครัวต้องใช้เวลาในการปรับตัวนานแค่ไหน หลังจากที่เราจากไป

4.หนี้สินและภาระอื่นๆ ที่มีอยู่ต้องการจะดูแลอย่างไรเมื่อจากไป... “เป็นการทำประกันเพื่อปลดหนี้ก้อนสุดท้าย”

เชื่อหรือไม่ว่า เราทุกคนรู้ว่า การออมเพื่อการเกษียณ และการปกป้องความมั่งคั่งเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็ทำได้ยาก เช่นเดียวกับที่ ธีรนาถ เปรียบเทียบไว้ว่า...

“การลงทุนเพื่อการเกษียณก็เหมือนกับการออกกำลังกาย ที่ทุกคนรู้ว่า มีประโยชน์ แต่ทำได้ยาก ต้องอาศัยความอดทน แบบเดียวกับการวิ่งมาราธอน กิโลเมตรแรกจะเหนื่อยมาก เหมือนกับการลงทุนให้ได้ 1 ล้านบาทแรกเหนื่อยมาก แต่หลังจากนั้นก็ไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะลงทุนมาก หรือลงทุนน้อยก็ได้ไม่เป็นไร ขอให้เริ่มลงทุน”

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ