
TMILLกำไร รายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า10%
TMILL คาดผลการดำเนินงานปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% เจรจาพันธมิตรอุตสาหกรรมอาหารต่างชาติตั้งบริษัทลุยอาหารปลายน้ำนายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ (TMILL) เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิและรายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน เพราะมียอดขายที่เติบโตขึ้นและมีการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปีนี้เป็น 75% จากปี 2559 ที่ระดับ 65% และในปี 2562 มีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นไม่ต่ำกว่า 95% ของกำลังการผลิตแป้งสาลีรวมที่ 500 ตัน/วัน ส่งผลให้ในปี 2562 อัตรากำไรสุทธิของบริษัทมีโอกาสดีเป็นระดับ 10% จากปี 2559 ที่ 5.15% “ธุรกิจของบริษัทเน้นให้ความสำคัญกับการทำกำไรสุทธิให้เติบโตมากกว่าการเพิ่มกำลังการผลิต ยอดขายหรือรายได้รวม” นายชาญกฤช กล่าวแนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตดีขึ้นจากปัจจัยการลงทุนภาครัฐผ่านโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ช่วยการบริโภคดีขึ้นด้วย ส่งผลบวกให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของบริษัทมีการเติบโตขึ้นกลุ่มจากฐานลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีการขยายกำลังการผลิตของสินค้าเดิมและการออกสินค้าใหม่ๆ ของลูกค้าทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตขึ้นบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประ
TMILL คาดผลการดำเนินงานปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 10% เจรจาพันธมิตรอุตสาหกรรมอาหารต่างชาติตั้งบริษัทลุยอาหารปลายน้ำ
นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ (TMILL) เปิดเผยว่า ปี 2560 บริษัทตั้งเป้ากำไรสุทธิและรายได้รวมจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน เพราะมียอดขายที่เติบโตขึ้นและมีการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นในปีนี้เป็น 75% จากปี 2559 ที่ระดับ 65% และในปี 2562 มีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นไม่ต่ำกว่า 95% ของกำลังการผลิตแป้งสาลีรวมที่ 500 ตัน/วัน ส่งผลให้ในปี 2562 อัตรากำไรสุทธิของบริษัทมีโอกาสดีเป็นระดับ 10% จากปี 2559 ที่ 5.15%
“ธุรกิจของบริษัทเน้นให้ความสำคัญกับการทำกำไรสุทธิให้เติบโตมากกว่าการเพิ่มกำลังการผลิต ยอดขายหรือรายได้รวม” นายชาญกฤช กล่าว
แนวโน้มเศรษฐกิจที่เติบโตดีขึ้นจากปัจจัยการลงทุนภาครัฐผ่านโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ช่วยการบริโภคดีขึ้นด้วย ส่งผลบวกให้ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารของบริษัทมีการเติบโตขึ้นกลุ่มจากฐานลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีการขยายกำลังการผลิตของสินค้าเดิมและการออกสินค้าใหม่ๆ ของลูกค้าทำให้บริษัทมียอดขายเติบโตขึ้น
บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศในอุตสาหกรรมอาหาร เบื้องต้นมีแนวคิดจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาใหม่โดยใช้ความเชี่ยวชาญของแต่ละฝ่ายเพื่อทำกลุ่มอาหารปลายน้ำหรือทำสินค้าขายไปยังผู้บริโภคโดยตรง เพราะเป็นกลุ่มสินค้าที่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงประมาณ 30% สูงกว่าธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งที่ประมาณ 15% จะมีความชัดเจนภายในปี 2-3 ปีนี้
ทั้งนี้แผนใน 2-3 ปีข้างหน้าอยู่ระหว่างการศึกษาขยายกำลังการผลิตโรงงานเฟส 3 อยู่หว่างการพิจารณา 2 แนวทาง คือ 1.การเพิ่มกำลังการผลิตแป้งสาลีจากปัจจุบันที่ 500 ตัน/วัน เป็น 750 ตัน/วัน หรือ 1,000 ตัน/วัน 2.พัฒนาต่อยอดเพิ่มมูลค่าให้สินค้าแป้งสาลีเดิม
แนวโน้มราคาข้าวสาลีจะสูงขึ้นปัจจุบันอยู่ที่ 390-400 เหรียญสหรัฐ/ตัน เป็นปัจจัยบวกกับธุรกิจ ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้ต้นทุนการผลิตหลักลดลงคือข้าวสาลีที่ต้องนำเข้ามาทั้งหมดจากสหรัฐและออสเตรเลีย







