ขึ้นบัญชีดำนอมินีก่อสร้าง
ครม.มอบหมายกรมบัญชีกลางตรวจสอบนอมินีผู้รับเหมา เหตุเปลี่ยนชื่อมาคัดเลือกงานราชการต่อ
ครม.มอบหมายกรมบัญชีกลางตรวจสอบนอมินีผู้รับเหมา เหตุเปลี่ยนชื่อมาคัดเลือกงานราชการต่อ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 21 มี.ค. มีมติมอบหมายให้กระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางพิจารณาแนวทางการตรวจสอบบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ทิ้งงานตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติมของกรมบัญชีกลาง ให้สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า บริษัทหรือเอกชนรายใดที่เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท หรือตั้งบริษัทขึ้นใหม่ (นอมินี) ภายหลังจากถูกกำหนดเป็นผู้ทิ้งงานราชการแล้ว เพื่อให้ส่วนราชการสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้รับงานของทางราชการในอนาคตได้อย่างเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อส่วนราชการ
นอกจากนี้ ยังมีมติให้ส่วนราชการที่จะเสนอโครงการลงทุนให้ ครม.อนุมัติ จะต้องตรวจสอบความพร้อมในการดำเนินการตามแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบให้ถูกต้องครบถ้วนทุกมิติก่อนที่จะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมทางกายภาพของที่ตั้งโครงการ ภูมิศาสตร์ กรรมสิทธิ์ครอบครอง โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รูปแบบรายการที่เหมาะสม
ทั้งนี้ หากส่วนราชการและหน่วยงานใดไม่ดำเนินการตามที่สั่งการ แต่กลับนำเรื่องเสนอให้ ครม.พิจารณาทบทวนหรือแก้ไข เปลี่ยนแปลงรายการ งบประมาณ และระยะเวลาในภายหลัง โดยไม่มีเหตุผลอันควร จะถือเป็นความบกพร่องของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการ
อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ ครม.จะเป็นต้องมีมาตรการดังกล่าวออกมา เนื่องจากพบว่าที่ผ่านมามีหลายโครงการที่ความคืบหน้าการลงทุนเป็นไปอย่างล่าช้า เมื่อใกล้หมดระยะเวลาโครงการจะเสนอเรื่องให้ ครม.ต่ออายุโครงการ และบางครั้งพอเวลาเปลี่ยนไปต้นทุนค่าก่อสร้างก็เปลี่ยนตามไปด้วย
“ครม.ต้องการให้แผนงานโครงการต่างๆ ของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐดำเนินการได้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาและวงเงินใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติ โดยไม่ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้ามาเสนอ ครม.เพื่อขอทบทวน เปลี่ยนแปลงรายการ ขยายเวลาอีก ซึ่งเป็นการกระทบต่อประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานเจ้าของแผนงานหรือโครงการนั้นๆ รวมถึงประโยชน์และการให้บริการแก่ประชาชน” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ภาพรวมของการเบิกจ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2560 หลังจากมีการใช้มาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณมาตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ล่าสุดตัวเลข ณ วันที่ 10 มี.ค. การเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมมีการเบิกจ่ายไปแล้ว 46.99% สูงกว่าประมาณการ 4.76% โดยมีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีการทำสัญญาแล้วเสร็จ 62.5%
“ทางสำนักงบประมาณได้ขออนุมัติมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณจาก ครม.เพิ่มเติม โดยกำหนดให้โครงการจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการและหน่วยงานรัฐที่มีมูลค่าโครงการไม่เกินกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งยังไม่สามารถทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างได้ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ ส่งคืนงบประมาณให้รัฐบาล เพื่อนำไปจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยจะสามารถสรุปตัวเลขและวงเงินโครงการทั้งหมดที่จะต้องส่งคืนงบประมาณให้ ครม.รับทราบในวันที่ 11 เม.ย.นี้”นายสมศักดิ์ กล่าว
ภาพประกอบข่าวจากแฟ้มภาพ







