
ดันลงทุนไทย-เมียนมา
ถกกรรมการค้าชายแดน ตั้งเป้ามูลค่าการค้า6,000ล้านเหรียญ
ถกกรรมการค้าชายแดน ตั้งเป้ามูลค่าการค้า6,000ล้านเหรียญ
โพสต์ทูเดย์ - “อภิรดี” ถกกรรมการร่วมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ดันการค้าลงทุนปี 2560 มูลค่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ครั้งที่ 1 ที่ จ.ตาก ว่า การประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยตัวแทนของภาครัฐและเอกชนของทั้งสองประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่าง 2 ประเทศ อีกทั้งขจัดปัญหาอุปสรรคทางการค้า โดยคาดว่าการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ในปี 2560 จะมีมูลค่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ที่ประชุมหารือในกรอบต่างๆ โดยเห็นชอบร่วมกัน คือ การจัดตั้ง Single Stop Inspection (SSI) โดยเป้าหมายอำนวยความสะดวกและเพิ่มมูลค่าการค้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะเริ่มดำเนินการในปลายปี 2560 นำร่องที่ด่านชายแดนเมียวดี-แม่สอด กับด่านชายแดนท่าขี้เหล็ก-แม่สาย ก่อนขยายไปในส่วนอื่นๆ
นอกจากนี้ ฝ่ายไทย โดยกรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากร จะจัดทำโครงการหลักสูตรอบรมให้ความรู้และพัฒนาระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แก่เมียนมา เพื่อพัฒนาระบบออนไลน์ สำหรับการออกและการใช้สิทธิ CO ฟอร์ม D หรือการออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (Form D) ในด่านชายแดนของเมียนมา
“ที่ประชุมยังได้สนับสนุนให้เงินบาทและเงินจ๊าดเป็นสกุลเงินในการทำการค้าชายแดน โดยฝ่ายไทยได้เสนอให้เมียนมากำหนดให้เงินบาทและเงินจ๊าดเป็นสกุลเงินอย่างเป็นทางการ ถัดจากเงินเหรียญสหรัฐ เงินยูโร และเงินเหรียญสิงคโปร์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนเงินตราในการทำการค้าและการลงทุนของนักธุรกิจทั้งสองประเทศ เบื้องต้นฝ่ายเมียนมาได้แจ้งว่าขณะนี้ธนาคารกลางของเมียนมาและธนาคารแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการเจรจาทำข้อตกลงในกรณีดังกล่าว” นางอภิรดี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นร่วมกันให้ผลักดันโครงการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ (YEN-D) เพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ของไทยกับประเทศเมียนมา โดยฝ่ายเมียนมาแจ้งว่าได้อนุญาตให้คนไทยที่ถือบัตรผ่านแดนชั่วคราวพำนักอยู่ในเมียนมาได้ 14 คืน 15 วัน และขอให้ไทยอนุญาตให้คนเมียนมาพำนักในไทยได้ในระยะเวลาเดียวกัน เบื้องต้นไทยชี้แจงว่าได้ปฏิบัติตามความตกลงสัญจรผ่านแดนไทย-เมียนมา โดยอนุญาตให้คนเมียนมาที่ถือบัตรผ่านแดนพำนักในไทยได้ 14 วัน และคนเมียนมาที่ถือบัตรผ่านแดนชั่วคราวพำนักในไทยได้ 7 วัน
นางอภิรดี กล่าวว่า จ.ตาก เป็นจังหวัดชายแดนไทย-เมียนมา ที่มีการพัฒนาและได้รับการคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อ.แม่สอด ถือได้ว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของไทยในการเชื่อมโยงระหว่างไทย-เมียนมา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้าการทุน และโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) ที่เชื่อมระหว่างเวียดนาม-ไทย-เมียนมา ในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญ
สำหรับในปี 2560 กระทรวงพาณิชย์ได้ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศไว้ที่ 1.8 ล้านล้านบาท โดยการค้าชายแดนไทย-เมียนมาในปี 2559 ที่ผ่านมา มีมูลค่า 1.87 แสนล้านบาท เป็นการส่งออกมูลค่า 1.09 แสนล้านบาท โดยมีสินค้าส่งออกที่สำคัญ เช่น เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำตาลทราย เป็นต้น ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 7.86 หมื่นล้านบาท สินค้านำเข้าสำคัญ เช่น ก๊าซธรรมชาติ สัตว์น้ำ เป็นต้น โดยมีด่านแม่สอดเป็นประตูการค้าที่สำคัญ และในปีที่ผ่านมีมูลค่าการค้าสูงถึง 8.06 หมื่นล้านบาท







