posttoday
ค่าเงินบาทยังไม่หยุดป่วน

ค่าเงินบาทยังไม่หยุดป่วน

25 มีนาคม 2560

กสิกรฟันธงเกินดุลเดินสะพัดทำแข็งค่าแม้มีเงินไหลออก คาดเฟดขึ้นดอกอีกครั้ง

กสิกรฟันธงเกินดุลเดินสะพัดทำแข็งค่าแม้มีเงินไหลออก คาดเฟดขึ้นดอกอีกครั้ง 

โพสต์ทูเดย์ - ธนาคารกสิกรไทยชี้ ทิศทางค่าเงินบาทปีนี้ยังผันผวนในทิศทางแข็งค่า จากเกินดุลบัญชีเดินสะพัด คาดปีนี้อยู่ในกรอบ 34.50-36 บาท

นายกอบสิทธิ์ ศิลปชัย ผู้บริหารงานวิจัยและตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าเงินบาทของไทยในปีนี้ยังผันผวนในทิศทางแข็งค่าขึ้นมากกว่าจะอ่อนค่าลง เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีผลต่อการเคลื่อนย้ายของเงินทุนและค่าเงินเหรียญสหรัฐยังไม่ชัดเจนโดยมีตัวแปรหลายอย่าง อาทิ การทำนโยบายการคลังของนายโดนัลด์ ทรัมป์ จะลดภาษีเพิ่มเงินในกระเป๋าของคนทำงาน การยกเลิกโอบามาแคร์ไม่ได้ก็ทำให้ตลาดเริ่มเปลี่ยนมุมมองเรื่องจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วบ้างแล้ว

นายกอบสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ทำให้เฟดอาจไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วอย่างที่ตลาดเคยคาด ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติที่เคยไหลออกจากไทยไปก่อนหน้านี้น่าจะยังไหลกลับมาไทยอีก แต่เงินทุนที่ไหลกลับเข้ามาไทยในช่วงนี้คงไม่มากและเป็นภาวะชั่วคราว ซึ่งเข้ามาในตราสารหนี้ระยะสั้นบ้าง ทำให้ปีนี้ทั้งปีจะเห็นเงินบาทเคลื่อนไหวเป็นฟันปลาตลอดทั้งปี โดยน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 34.50-36 บาท/เหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ดอกเบี้ยในปีนี้ของเฟดน่าจะขึ้นอีกเพียง 1 ครั้ง ในช่วงเดือน ก.ย.นี้ หลังจากขึ้นไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อกลางเดือนนี้ ส่งผลให้เงินเหรียญสหรัฐมีทิศทางอ่อนค่าลง

“ตลาดยังมีทั้งเงินไหลเข้าและไหลออก อาจไหลเข้ามาตามความไม่แน่นอนจากการทำนโยบายการคลังของสหรัฐ ซึ่งตลาดไม่แน่ใจว่าทรัมป์จะทำได้อย่างที่พูด ทำให้มีเงินเข้ามาในตราสารหนี้ไทยได้บ้าง แต่ไม่มีนัยสำคัญ เพราะเงินที่มีอิทธิพลต่อค่าเงินบาท คือสถานะการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยมากกว่า ซึ่งไทยยังเกินดุลสูง เพราะเรายังไม่มีการลงทุน บวกกับไทยเรายังมีเงินฝากในบัญชีเงินตราต่างประเทศ (เอฟซีดี) อยู่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปีนี้ทั้งปีจึงยังน่าจะเป็นฟันปลา ผันผวนในทิศทางแข็งค่าอยู่” นายกอบสิทธิ์ กล่าว

ด้าน นายพาสันติ์ สิงหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงิน บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจธนาคารในปีนี้ยังเป็นมุมมองด้านลบต่อเนื่องจาก 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่หากแยกมองเป็นรายธนาคารจะพบว่ามีมุมมองด้านบวกมากขึ้น โดยเฉพาะในธนาคารขนาดเล็กที่น่าจะปรับตัวใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพิ่มความสามารถในการทำกำไรได้ดีกว่า โดยหากมองในแง่ความสามารถในการทำกำไรของทั้งกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทยยังน่าจะมีต้นทุนเพิ่มจากการต้องปรับตัวตามเกณฑ์ของบาเซิล 4 การทำตามมาตรฐานบัญชีใหม่ รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีในช่วง 2-3 ปีนี้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ แต่ธนาคารยังมีความสามารถในการทำกำไรในระดับที่ดี ส่วนเรื่องระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังมองว่าน่าจะเป็นแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท