
มหาวิทยาลัย 4.0
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การขับเคลื่อน Thailand 4.0 ด้านการเกษตร อาหาร และเทคโนโลยีชีวภาพ” เมื่อวันศุกร์ที่ 17 มี.ค. 2560 ที่ผ่านมานี้ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน งานนี้มีผู้ฟังกว่า 2,000 คน และมีการนำเสนอผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรมากมายนอกจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง นโยบายและยุทธวิธีในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึง ความสำคัญของสถาบันการศึกษาต่อการขับเคลื่อนสู่ Thailand 4.0 ด้วยความว่า “ในส่วนของสถาบันการศึกษานั้นจะต้องมีบทบาทในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างการวิจัยและการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีส่วนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามนโยบายรัฐบาล และต้องนำพาประเทศไทยให้ก้าวหน้าทันเทคโนโลยีต่างๆ ให้มีความทันสมัยนอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนแบบเดิมเป็นการเรียนแบบ Active Learning โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาเกิดความอยากรู้ อยากทำ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความรู้และข้อมูล
นอกจากที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึง นโยบายและยุทธวิธีในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึง ความสำคัญของสถาบันการศึกษาต่อการขับเคลื่อนสู่ Thailand 4.0 ด้วย
ความว่า “ในส่วนของสถาบันการศึกษานั้นจะต้องมีบทบาทในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม และโครงสร้างการวิจัยและการพัฒนาไปพร้อมๆ กัน ซึ่งถือเป็นองค์กรที่มีส่วนในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามนโยบายรัฐบาล และต้องนำพาประเทศไทยให้ก้าวหน้าทันเทคโนโลยีต่างๆ ให้มีความทันสมัย
นอกจากนี้ ควรปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนแบบเดิมเป็นการเรียนแบบ Active Learning โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาเกิดความอยากรู้ อยากทำ และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยมหาวิทยาลัยต้องสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความรู้และข้อมูลที่มหาวิทยาลัยมีอยู่ร่วมกับหน่วยงาน อื่นๆ ของรัฐตั้งแต่ระดับกระทรวงลงมาภาคเอกชน และประชาชน เพื่อช่วยให้ SMEs สามารถสร้างหรือใช้นวัตกรรมในการสร้างมูลค่าสินค้าและบริการ อีกทั้งช่วยเกษตรกรให้ผันตัวเองจากการเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรมาเป็นผู้ประกอบการทางการเกษตรสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า Smart Farmer มีการบริหารจัดการที่ดีมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ”
ท่านนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า “ในส่วนเครือข่ายของมหาวิทยาลัยนั้น ต้องกระจายความรู้ออกไปให้ทั่วประเทศสร้างความเจริญ และก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สามารถทำงานในถิ่นฐานบ้านเกิดได้โดยไม่ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เนื่องจากมีงานที่ดีกระจายอยู่ทั่วประเทศ และในฐานะที่มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันที่ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมทั้งองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ จะช่วยให้ผู้คนในสังคมและผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ใช้องค์ความรู้จากนักวิชาการและนักศึกษาให้เกิดประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการบริการ ตัวอย่างการกระจายความรู้สู่ภูมิภาคนี้ ได้แก่ โครงการ InnoHub ของประชารัฐ ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างมีคุณภาพอีกทั้ง Thailand 4.0 จะต้องขับเคลื่อนด้วยพลังประชารัฐ ทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาและประชาสังคม เป็นหัวใจหลักที่จะนำมาสู่ความสำเร็จ พร้อมที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาในทุกๆ ด้าน ของประเทศ และช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งและเติบโตได้อย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ต่อไป”
ส่วนท่านรักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (อาจารย์จงรัก วัชรินทร์รัตน์) ได้กล่าวรายงานในตอนต้นว่า “มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มุ่งมั่นใน “ศาสตร์แห่งแผ่นดิน” เพื่อสร้างความกินดีอยู่ดีให้แก่ชาติ โดยการผลิตบุคลากรและผลงานวิจัย ซึ่งได้ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร และด้านสิ่งแวดล้อม โดยล่าสุดผลการจัดอันดับของ QS World University Rankings by Subject 2017 ประกาศให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 29 ของโลก อันดับที่ 4 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของประเทศไทย ในสาขาวิชาเกษตรศาสตร์และวนศาสตร์ นับเป็นมหาวิทยาลัยเดียวในประเทศไทยที่มีสาขาติดอันดับ TOP 50 ของโลก
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ดำเนินการตามนโยบาย Thailand 4.0 โดยการพัฒนาคนการเข้าร่วมโครงการ STEM โครงการ Start-up โครงการสร้างนวัตกรรม โครงการถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี ให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Food Innopolis ที่จะมาตั้งที่คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ด้วย”
นี่คือ “มหาวิทยาลัย 4.0” ที่เป็นอีกหนึ่งกลไกที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อน Thailand 4.0 ครับผม







