
ขายสต๊อกข้าว8ล้านตันหมดปีนี้
นบข.เร่งระบายข้าวสต๊อกรัฐ 8 ล้านตัน ภายในปีนี้ หวั่นฉุดราคาข้าวฤดูใหม่ เริ่มประมูลต่อเนื่องตั้งแต่ เม.ย.-ก.ค.นี้
นบข.เร่งระบายข้าวสต๊อกรัฐ 8 ล้านตัน ภายในปีนี้ หวั่นฉุดราคาข้าวฤดูใหม่ เริ่มประมูลต่อเนื่องตั้งแต่ เม.ย.-ก.ค.นี้
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้อนุมัติกรอบการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐบาลจำนวน 8 ล้านตัน ซึ่งเริ่มทยอยเปิดประมูลไปบ้างแล้ว เหลืออีกจำนวนกว่า 6 ล้านตัน โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ข้าวคุณภาพดีบริโภคได้ประมาณ 2.83 ล้านตัน ระบายออกไปแล้ว 1.3 ล้านตัน ในเดือน ก.พ. เหลือต้องระบายอีก 1.5 ล้านตัน
2.กลุ่มข้าวไม่เหมาะสมกับการบริโภคแต่นำเข้าสู่อุตสาหกรรม 3.66 ล้านตัน โดยในวันที่ 22 มี.ค. จะเปิดให้ยื่นซองประมูล ในส่วนนี้คาดว่าจะขายไม่หมดในรอบเดียว โดยข้าวกลุ่มที่ 1 และ 2 จะทยอยเปิดประมูลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ส่วนกลุ่มที่ 3 กลุ่มข้าวเสื่อมสภาพที่เก็บมานานเกิน 5 ปี จำนวน 1 ล้านตันเศษ จะเปิดประมูลรอบแรกในเดือน เม.ย. ที่นำไปใช้ในภาคพลังงาน
“ต้องเร่งระบายข้าวในสต๊อกเพื่อไม่ให้ข้าวเสื่อมสภาพมากไปกว่านี้ และพยายามไม่ให้เหลือมากเพื่อลดแรงกดดันราคาข้าวในตลาดสำหรับข้าวฤดูกาลใหม่ที่จะออกมา”นางดวงพร กล่าว
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายให้มีการเร่งรัดพัฒนาข้าวคุณภาพสูงหรือข้าวพรีเมียมให้มากขึ้น เนื่องจากจะช่วยให้ส่งออกได้ในราคาที่สูงขึ้น เช่น ล่าสุดที่ไทยมีการพัฒนาข้าวเคลือบวิตามินส่งมาขายได้ตันละ 1,700 เหรียญสหรัฐ/ตัน ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ 700-1,000 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปีถึงขณะนี้สามารถส่งออกข้าวกลุ่มพรีเมียมได้แล้ว 6 หมื่นตัน
นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ได้ประมาณการมูลค่าของข้าวในสต๊อกรัฐบาลจำนวน 8 ล้านตัน ณ วันที่ 30 ม.ค. 2560 มีผลขาดทุนอยู่ที่ 1.54 แสนล้านบาท โดยถ้าไม่เร่งระบายข้าวออกจากสต๊อกจะมีผลต่อการกดราคาข้าวเปลือกที่จะออกใหม่ และหากขายช้าจะขาดทุนมากขึ้น เพราะมีทั้งภาระเรื่องต้นทุนในการเก็บรักษา ดอกเบี้ยและเรื่องค่าเสื่อมของข้าวเกิดขึ้นทุกวันรวมๆ เดือนหนึ่งเฉลี่ย 500 ล้านบาท แต่ในการขายจะต้องมีกลไกเข้ามาควบคุมไม่ให้มีการนำข้าวกลุ่มที่ 2 และ 3 เข้ามามาขายเป็นข้าวถุง
ทั้งนี้ หากระบายออก คาดว่าในกลุ่มแรกจะได้เงิน 2.9 หมื่นล้านบาท กลุ่มที่ 2 รวม 1.7 หมื่นล้านบาท และกลุ่มที่ 3 ประมาณ 1,800 ล้านบาท ซึ่งหากได้มาก็คือต้องมาตัดขาดทุนที่ประเมินไว้
ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ข้าวที่เหลือในสต๊อกจะต้องเร่งระบายออกให้หมดในปีนี้ เพื่อทำให้ราคาข้าวเปลือกกลับมามีราคาสูงขึ้น ถ้ายังเก็บไว้จะทำให้รัฐเสียค่าใช้จ่ายเก็บรักษาข้าวเดือนละ 500 ล้านบาท







