
บีเอ็มฯชี้รถหรูโตฉลุย
บีเอ็มฯ ชี้ทิศทางตลาดรถยนต์พรีเมียมสดใสจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและสถานการณ์ในประเทศชัดเจน
บีเอ็มฯ ชี้ทิศทางตลาดรถยนต์พรีเมียมสดใสจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจและสถานการณ์ในประเทศชัดเจน
นายสเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดเผยว่า ทิศทางตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมใน 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ของปี 2560 มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อน จากความเชื่อมั่นทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศที่มีความชัดเจนยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2550-2558 ภาพรวมตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี จนกระทั่งปี 2559 ซึ่งเป็นปีแรกที่ตลาดติดลบ 9% โดยคาดว่าหลังจากนี้ตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้นกว่าปี 2558 อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยมีศักยภาพการเติบโตอีกมาก เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนยอดขายรถยนต์ระดับพรีเมียมต่อปียังคงอยู่ที่ระดับ 6% ของภาพรวมตลาด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วจะมีสัดส่วนยอดขายอยู่ที่ 8-10% ซึ่งไทยมีโอกาสเติบโตไปถึงระดับดังกล่าวได้
“การที่สัดส่วนรถยนต์ระดับพรีเมียมของไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ขึ้นอยู่กับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่จะผลักดันให้รายได้ของชนชั้นกลางสูงขึ้น และมีความต้องการเปลี่ยนรถยนต์ไปสู่ระดับพรีเมียม”นายทอยเชอร์ต กล่าว
สำหรับยอดขาย 2 เดือนของบีเอ็มฯ มีอัตราเติบโตขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 1,462 คัน เป็นผลมาจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันยอดขายให้เติบโต หากบริษัทสามารถรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ในระดับดังกล่าว จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้ โดยจะต้องจับตายอดขายเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งมีการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ว่าจะมีทิศทางเป็นเช่นไร
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 2 รุ่นออกสู่ตลาด ได้แก่ บีเอ็มฯ 740 แอลอี ปลั๊กอิน-ไฮบริด ราคา 6.69 ล้านบาท และบีเอ็มฯ 760 แอลไอ เครื่องยนต์ วี 12 ราคา 12.49 ล้านบาท รวมถึงบีเอ็มฯ 320 ดี เอ็มเพอร์ฟอร์มานซ์ ใหม่ ราคา 2.49 ล้านบาท และบีเอ็มฯ 320 ดี จีที สปอร์ต ราคา 2.99 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นตลาด
สำหรับบีเอ็มฯ 740 แอลอี ปลั๊กอิน-ไฮบริด เป็นรุ่นที่ 4 ของเทคโนโลยีปลั๊กอิน-ไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู ซึ่งเป็นไปตามแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะมีเทคโนโลยีดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ของบริษัทมากขึ้นในอนาคต โดยในปีนี้สัดส่วนยอดขายปลั๊กอิน-ไฮบริดของบีเอ็มฯ จะเพิ่มขึ้นเป็น 15% จากยอดขายรวมรถยนต์บีเอ็มฯ ทั้งหมด จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 5%
สำหรับแผนการขยายจุดให้บริการชาร์จไฟฟ้า (วอลบ็อกซ์) ของบีเอ็มฯ ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 20 แห่ง จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5 แห่ง ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ 17 แห่ง และต่างจังหวัด 8 แห่ง







