
ลิฟต์มิตซูฯหวัง3พันล.
มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ วาดเป้าปี 2563 ดันยอดเกิน 3,000 ล้านชี้อานิสงส์รถไฟฟ้า คอนโดหนุนตลาดลิฟต์โตต่อเนื่องนายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการเกิดของโครงการรถไฟฟ้า การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมและการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยที่จะทำให้ลูกค้าบ้านเดี่ยวเพิ่มความต้องการติดตั้งลิฟต์มากขึ้นจากแนวโน้มดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนเพิ่มจาก 7,000 ล้านบาทในปี 2559 เป็น 8,000 ล้านบาทในปี 2560 และจะเติบโตเพิ่มมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านบาทในปี 2563ขณะที่บริษัทก็ตั้งเป้าเติบโตตามตลาดที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยจากปี 2559 มียอดขายอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท หรือกว่า 1,700 เครื่อง แบ่งเป็นรายได้จากลิฟต์ 85% และบันไดเลื่อน 15% คาดจะเพิ่มเป็น 1,800 เครื่อง หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 2,400 ล้านบาท รวมทั้งตั้งเป้าหมายปี 2563 จะมียอดขายเกิน 3,000 ล้านบาทแน่นอน และยังคงส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30% เป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง“แม้ว่ากลุ่มห้างสรรพส
มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ วาดเป้าปี 2563 ดันยอดเกิน 3,000 ล้านชี้อานิสงส์รถไฟฟ้า คอนโดหนุนตลาดลิฟต์โตต่อเนื่อง
นายสันติพงษ์ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เป็นผลมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการเกิดของโครงการรถไฟฟ้า การเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียมและการที่ไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยที่จะทำให้ลูกค้าบ้านเดี่ยวเพิ่มความต้องการติดตั้งลิฟต์มากขึ้น
จากแนวโน้มดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลให้ตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนเพิ่มจาก 7,000 ล้านบาทในปี 2559 เป็น 8,000 ล้านบาทในปี 2560 และจะเติบโตเพิ่มมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านบาทในปี 2563
ขณะที่บริษัทก็ตั้งเป้าเติบโตตามตลาดที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยจากปี 2559 มียอดขายอยู่ที่ 2,200 ล้านบาท หรือกว่า 1,700 เครื่อง แบ่งเป็นรายได้จากลิฟต์ 85% และบันไดเลื่อน 15% คาดจะเพิ่มเป็น 1,800 เครื่อง หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 2,400 ล้านบาท รวมทั้งตั้งเป้าหมายปี 2563 จะมียอดขายเกิน 3,000 ล้านบาทแน่นอน และยังคงส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 30% เป็นผู้นำตลาดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
“แม้ว่ากลุ่มห้างสรรพสินค้าจะชะลอตัวลงทำให้บันไดเลื่อนชะลอตัวลงด้วย แต่การเพิ่มขึ้นของโครงการรถไฟฟ้าจะทำให้มียอดขายเข้ามาทดแทน โดยปัจจุบันบริษัทรับผิดชอบรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ทำให้ยอดเติบโตจากปีที่แล้ว 5-7%” นายสันติพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเจาะตลาดบ้านเดี่ยวที่เป็นบ้านพร้อมลิฟต์มากขึ้น โดยการติดตั้งลิฟต์จะสร้างมูลค่าให้ตัวบ้านได้ และพบว่าตลาดนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นจากที่เคยสร้างสัดส่วนรายได้เพียง 1% แต่ปัจจุบันวัดจากปี 2559 การติดตั้งลิฟต์ในบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 9-10%
อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่าสัดส่วนตลาดเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิมตลาดในกรุงเทพฯ มากกว่าต่างจังหวัด แต่ในปี 2559 มีสัดส่วนที่เกือบเท่ากัน จึงคาดว่าหลังจากมีการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าแล้วตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนความต้องการในต่างจังหวัดจะมากกว่าในกรุงเทพฯ







