
หวั่นปีหน้ามาม่าขึ้นราคา
ทีเอฟสำรองวัตถุดิบถึงก.พ.54 แนวโน้มแป้งสาลี-ปาล์มพุ่งยาว
โพสต์ทูเดย์
— มาม่าพยากรณ์ ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งยาวถึงปีหน้า ยันไม่ปรับราคาถึง ก.พ. 2554 เร่งลดต้นทุน บุกตลาดนอก เล็งธุรกิจใหม่เสริมทัพนายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า เปิดเผยว่า บริษัทยืนยันได้ว่าจะไม่มีการปรับราคาสินค้าจนถึงเดือน ก.พ. 2554 แม้ปัจจุบันต้นทุนวัตถุดิบหลักโดยเฉพาะแป้งสาลีที่ปรับขึ้นไปแล้วกว่า 10% ขณะที่น้ำมันปาล์มของไทยราคาสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ซอง กล่องกระดาษก็เริ่มปรับราคาเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ต้นทุนเฉลี่ยของการผลิต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ปรับเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 3% แต่เนื่องจากบริษัทได้สำรองวัตถุดิบแป้งสาลีไว้จนถึงเดือน ก.พ. 2554 จึงยังไม่มีนโยบายขึ้นราคาสินค้า แต่ยอมรับว่าผลกำไรหลังหักภาษีอาจลดลง
ดังนั้น บริษัทจะเร่งดำเนินการเพื่อรับมือต้นทุนการผลิตด้วยการ บริหารจัดการด้านการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มยอดขายทั้งในประเทศและส่งออก รวมถึงการเข้าไปตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาธุรกิจใหม่ในกลุ่มอาหาร ซึ่งจะเริ่มดำเนินการในปีหน้าด้วย
“
จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ผลิตทุกรายต้องบริหารสินค้าที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ ตัวที่ไม่ทำยอดขายจะหายไปจากตลาด” นายพิพัฒ กล่าวอย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยวางนโยบายลงทุนเครื่องจักรใหม่ปีละ 2 เครื่อง ซึ่งในปีนี้ได้ลงทุน 150 ล้านบาท ลงเครื่องจักรใหม่สำหรับบะหมี่ซอง เพิ่มกำลังผลิต 10% และในปีหน้าจะลงทุนอีก 150 ล้านบาท เพิ่มเครื่องจักรผลิตชนิดคัพอีก 2 เครื่อง ส่งผลให้กำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีก 45%
นอกจากนี้ ยังร่วมทุนกับกลุ่มคาลลอล (Kallol) ก่อตั้งบริษัทคาลลอล ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ (บีดี) เพื่อผลิต บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศบังกลาเทศ ใช้งบลงทุน 100 ล้านบาท และในปีหน้าจะร่วมทุนตั้งโรงงานผลิตในอินเดีย คาดลงทุนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาทเช่นกัน
ด้านผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้ 3,663 ล้านบาท เติบโต 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผลกำไร 587 ล้านบาท ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อน และสิ้นปีตั้งเป้าเติบโต 7% ปัจจุบันมีส่วนแบ่งตลาด 52.6% จากตลาด 1.2 หมื่นล้านบาท และปีหน้าคาดยอดขายทะลุ 1 หมื่นล้านบาท







