
วอร์มอัพประมูลไลเซนส์ 3จี
เหลืออีกเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ การประมูลใบอนุญาตให้บริการ หรือไลเซนส์ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ก็จะเริ่มขึ้นแล้ว และหากไม่มีอุปสรรคใดๆ การประมูลครั้งนี้จะถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการโทรคมนาคมไทย หลังจากมีความพยายามที่จะประมูลมาหลายครั้ง จนประเทศลาวและกัมพูชาแซงหน้าไปกว่า 2 ปีแล้ว
แม้ผู้เข้าร่วมประมูลครั้งนี้ จะเป็นทายาทของรายเก่าทั้ง 3 ราย แต่สิ่งที่หลายคนให้ความสนใจไม่แพ้กัน คือรูปแบบการประมูลที่ต้องรัดกุม โปร่งใส ชนิดที่ว่าไม่สามารถ
“ฮั้ว” กันได้ ดังนั้นการประมูลครั้งนี้จึงถูกจับตามองว่าจะมีความพิเศษจากการประมูลอื่นๆ อย่างไรกทช.ได้ใช้งบประมาณ 50 ล้านบาทในการดำเนินการ ซึ่งประกอบไปด้วยค่าเช่า เอวาซอน รีสอร์ท แอนด์ สปา เป็นสถานที่ประมูล ติดตั้งกล้องวงจรปิด 50 ตัว จ้างบริษัท เนร่า อีโคโนมิค คอนซัลท์ติ้ง จากสหรัฐอเมริกา ในการติดตั้งระบบทั้งหมด จ้างเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงมาช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยต่างๆ และค่าเช่าช่วงเวลาถ่ายทอดสดผ่านช่องเอ็มคอทวัน
การประมูลครั้งนี้ เป็นการประมูลแบบพร้อมกันและดำเนินการประมูลหลายรอบ หรือเอสเอ็มอาร์ (Simultaneous Multiple Round) โดยประมูลพร้อมกันทั้งสองใบผ่านระบบอินทราเน็ต เริ่มตั้งแต่เวลา 09.0021.00 น. รวม 12 ชม.ต่อวัน ซึ่งจะมีการเคาะราคาทุก1 ชม. ครั้งละ 640 ล้านบาท และมีเงื่อนไขว่าผู้ประมูลจะต้องคลิกราคาในครั้งแรก หากไม่คลิก กทช. จะล้มประมูลทันที
ขั้นตอนแรกผู้เข้าประมูลจะได้รับยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดในการเข้าระบบ และเริ่มคลิกราคา โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเข้าประมูลไลเซนส์ใบที่ 1 หรือใบที่ 2 หลังจากเคาะราคาจนถึงระบบประมวลผลแล้ว ผู้ประมูลจะทราบผลว่าเป็นผู้ชนะชั่วคราว (High Bidder) หรือไม่ และเมื่อเป็นผู้ชนะชั่วคราวแล้ว จะไม่มีสิทธิประมูลอีกใบในรอบถัดไป เช่น บริษัท ก ชนะชั่วคราวใบที่ 1 จะไม่มีสิทธิไปคลิกราคาใบที่ 2 ในรอบถัดไป แต่ผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้ชนะชั่วคราวสามารถเลือกได้ว่าจะเสนอราคารอบต่อไปที่ไลเซนส์ใบที่ 1 หรือ 2
ทั้งนี้ ผู้ประมูลมีสิทธิที่จะไม่เสนอราคาได้ 3 ครั้ง (Waiver) แต่ผู้ที่ชนะชั่วคราวสามารถที่จะไม่เคาะราคาในรอบถัดไปได้ โดยไม่ถือเป็นการเวฟเวอร์และการประมูลจะสิ้นสุดลงเมื่อได้ผู้ชนะชั่วคราวทั้งสองใบ และมีผู้ประมูลอีก 1 ราย ใช้สิทธิเวฟเวอร์ครบ 3 ครั้ง และไม่มีการเสนอราคาอีก ซึ่งเท่ากับออกจากการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม กทช. ได้จำลองรูปแบบการประมูลและเปิดให้สื่อมวลชนทดสอบเมื่อวันที่7 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม เพื่อประมูลไลเซนส์ 2 ใบ และมีวงเงินให้แต่ละกลุ่มจำนวน 2 หมื่นล้านบาท 1.8 หมื่นล้านบาท และ 1.7 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาประมูลรอบละ 6 นาที
จากการทดสอบการประมูลครั้งนี้ พบว่าเงินทุนของผู้เข้าประมูลเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่จะตัดสินว่าผู้ประมูลมีโอกาสที่จะได้ไลเซนส์หรือไม่ เพราะยิ่งมีเงินตุนในกระเป๋ามากเท่าไหร่ ก็ทำให้การตัดสินใจที่จะสู้ราคาในรอบถัดไปมีมากขึ้น ขณะที่กลุ่มที่มีเงินทุนน้อยนั้นไม่สามารถสู้ราคาได้มากนัก โดยเฉพาะเมื่อราคาไลเซนส์เกิน 1.7 หมื่นล้านบาท จะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มที่มีเงินเพียง 1.7 หมื่นล้านบาท นั้นหยุดเสนอราคาจนครบเงื่อนไข และออกจากการแข่งขันไปเลย
สำหรับการประมูลไลเซนส์ 3จี ของจริงนั้น จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 2026 ก.ย. ซึ่งขณะนี้ กทช. ได้ขยายจำนวนผู้มีสิทธิอยู่ในบ้านที่ต้องเป็นผู้เคาะราคาของแต่ละราย จากเดิม 5 คนเป็น 8 คน แต่ยังคงกฎระเบียบการประมูลที่ว่า หากผู้ใดเดินออกจากห้องเสนอราคาแล้วจะไม่มีสิทธิกลับเข้าไปอีก
แต่ดูเหมือนว่าผู้มีสิทธิเข้าห้องลับครั้งนี้ คงไม่สำคัญเท่ากับว่าสายป่านของผู้ประมูลรายไหนจะยาวมากกว่ากัน เพราะยิ่งสายป่านยาวเท่าไร ก็เท่ากับ
“สิทธิ” ในการได้ไปต่อมากเท่านั้น






