
‘กรุ๊ปลีส’ ซิ่งแรง ชูโมเดลดิจิทัลไฟแนนซ์
จังหวะที่ บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) ใส่เกียร์ 5 ขยายธุรกิจต่างประเทศปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
โดย...พูลศรี เจริญ
จังหวะที่ บริษัท กรุ๊ปลีส (GL) ใส่เกียร์ 5 ขยายธุรกิจต่างประเทศปลายเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการประกาศรุกใหญ่ไปยุโรปตะวันออก แอฟริกา และละตินอเมริกา โดยใช้ไซปรัสเป็นฐานในการสปริงบอร์ดไปยังประเทศต่างๆ นั้น ก็เผชิญมรสุมลูกใหญ่ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ถือเป็นวิกฤตความเชื่อมั่นที่นักลงทุนมีต่อหุ้น GL ทำให้ราคาปรับตัวแรง เนื่องจากผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตเงินให้กู้ยืมแก่ผู้กู้ 10 ราย รวมถึงผู้กู้กลุ่มสิงคโปร์และไซปรัส เป็นยอดหนี้เงินต้น ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2559 รวม 3,475.89 ล้านบาท และมีดอกเบี้ยค้างรับ 268.469 ล้านบาท จนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ชี้แจงข้อมูล
GL วางตัวเป็นผู้นำธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์ในภูมิภาคเอเชีย ปักหมุดต่างประเทศครั้งแรกเมื่อปี 2555 ในกัมพูชา ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ จากนั้นได้ขยายการลงทุนต่างประเทศต่อเนื่อง “มิทซึจิ โคโนชิตะ” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GL สะท้อนถึงยุทธศาสตร์เชิงรุกในการยกระดับขึ้นสู่บริษัทระดับโลก หลังจากได้ขยายธุรกิจออกจากไทยไปสู่อีก 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งประกอบด้วย สิงคโปร์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา อินโดนีเซีย และศรีลังกา
ต่อมาตัดสินใจตั้งบริษัทใหม่ทำธุรกิจด้านการลงทุนและบริการทางการเงินในประเทศไซปรัส เพื่อใช้เป็นหัวหอกในการขยายธุรกิจดิจิทัลไฟแนนซ์สู่ประเทศต่างๆ ในยุโรปตะวันออก แอฟริกา และละตินอเมริกา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับบริษัทขึ้นเป็นบริษัทระดับโลก
“แพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์มีส่วนสำคัญมากในการช่วยให้ GL สามารถขยายไปสู่ตลาดใหม่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อสำหรับผู้บริโภคประเภทอื่นๆ ส่งผลให้ผลกำไรสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง”
สำหรับธุรกิจในกัมพูชานั้นถือว่าเป็นต้นแบบของความสำเร็จ โดยฝ่ายไอทีของ GL สามารถพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและต้นทุนต่ำ โดยใช้ระบบไอทีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้าเสริมประสิทธิภาพการให้บริการลูกค้าทุกขั้นตอน ตั้งแต่การประเมินและอนุมัติเงินกู้ ไปจนถึงการชำระค่างวดรายเดือนของลูกค้า ซึ่ง GL ได้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลไฟแนนซ์ดังกล่าวขยายไปใช้ในทุกตลาดที่ดำเนินธุรกิจอยู่
GL ตั้งเป้าว่าจะขยายไปสู่ตลาดใหม่อีก 13 ประเทศในทวีปแอฟริกาและยุโรปตะวันออกภายในปีนี้ ทำให้อาณาจักรธุรกิจครอบคลุมรวม 20 ประเทศ เหตุผลที่ไซปรัสถูกกำหนดให้เป็นศูนย์เชื่อมธุรกิจแห่งใหม่ในแผนการขยับขยายธุรกิจไปทั่วโลก เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ที่เหมาะสม เพราะเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป และนับว่าเป็นศูนย์กลางที่สำคัญแห่งหนึ่งในการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อการขยับขยายธุรกิจไปทั่วโลก เนื่องจากไซปรัสมีระบบภาษีและโครงสร้างด้านกฎหมายและบริการทางการเงินที่เอื้ออำนวย
ปี 2559 GL มีกำไรสุทธิ 1,062.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.34% จากปีก่อน ซึ่งกำไรที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นี้ ประกอบกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 1 เท่า และงบดุลที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้บริษัทสามารถขยับขยายธุรกิจไปสู่ตลาดทั่วโลกได้อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม มิทซึจิ ยอมรับว่าการขยับขยายไปภูมิภาคละตินอเมริกานั้น เป็นสิ่งใหม่หลังจากที่บริษัทได้ประกาศแผนการก่อนหน้านี้ในการขยายสู่ตลาดในแอฟริกาและยุโรปตะวันออก
“การลงทุนในไซปรัส GL ได้ทดลองให้บริการด้านที่ปรึกษาทางการเงินและการลงทุนระยะสั้นในประเทศไซปรัสเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก่อนที่มีความมั่นใจและตัดสินใจในท้ายที่สุดในการจัดตั้งบริษัทใหม่”
มิทซึจิ เปิดเผยว่า GL ได้รับอนุมัติวงเงิน 30 ล้านเหรียญสหรัฐ จากธนาคารใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศบราซิล ซึ่ง GL สามารถใช้เพื่อสนับสนุนการควบรวมธุรกิจ หรือการให้บริการทางด้านการเงินอื่นๆ ในประเทศบราซิล หรือประเทศอื่นๆ ในทวีปละตินอเมริกาเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม
ขณะที่มีความมั่นใจว่าไซปรัสเป็นประเทศดีที่สุดสำหรับการทำธุรกิจด้านการลงทุนและบริการทางการเงิน ตลอดจนเป็นแหล่งกู้เงินในระดับโลก เพื่อนำมาใช้สนับสนุนธุรกิจในตลาดต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา GL ได้รับการติดต่อจากหลายบริษัท ทั้งจากกลุ่มประเทศในยุโรปตะวันออกและในทวีปแอฟริกา สำหรับการร่วมทุนและความร่วมมือในการให้บริการด้านไฟแนนซ์ เช่าซื้อ และไมโครไฟแนนซ์
มิทซึจิ มั่นใจว่า ผลประกอบการปี 2560 นี้ จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจปกติ และจากการควบรวมกิจการใหม่ ขณะนี้ GL อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อซื้อและควบรวมกิจการในต่างประเทศ 5-6 ราย หนึ่งในนั้นมีกิจการในอินโดนีเซียด้วย
ส่วน GL Finance Indonesia (GLFI) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนในอินโดนีเซียก็เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง คาดว่าพอร์ตสินเชื่อในอินโดนีเซียปีนี้จะมีมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อเพื่อการบริโภคและไมโครไฟแนนซ์รูปแบบต่างๆ คาดว่าบริษัท GL Finance (GLF) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยถือหุ้นโดย GL จะสามารถเพิ่มพอร์ตสินเชื่อได้ประมาณ 1 เท่าตัวในปีนี้ หรือเพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในสิ้นปี
ซีอีโอ GL มั่นใจว่า ปัจจัยพื้นฐานทั้งหมดของ GL ไม่ได้เปลี่ยนแปลง บริษัทยังเดินหน้ารุกขยายธุรกิจอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน และคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะขยายตัวอย่างก้าวกระโดดตามที่ได้วางเป้าไว้เดิม







