บวท.เทงบ7พันล้านรองรับเที่ยวบินเพิ่ม
บวท.เทงบ7พันล้านอัพเกรดระบบจัดการทางอากาศรองรับเที่ยวบินเพิ่ม 100% ภายใน 5 ปี พร้อมลงทุนเพิ่มอีก1.5 หมื่นล้าน ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท
บวท.เทงบ7พันล้านอัพเกรดระบบจัดการทางอากาศรองรับเที่ยวบินเพิ่ม 100% ภายใน 5 ปี พร้อมลงทุนเพิ่มอีก1.5 หมื่นล้าน ปีนี้ตั้งเป้ารายได้ 1.3 หมื่นล้านบาท
นางสาริณี อังศุสิงห์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบิน กล่าวว่า บวท.ได้ลงทุนซื้อระบบบริหารจัดการการจราจรทางอากาศซึ่งเป็นระบบที่ทันสมัยมากสุดในโลกและถูกใช้ในองค์กรบริหารจัดการทางอากาศชั้นนำทั่วโลก โดยเฉพาะตัวระบบบริหารการบินและเทคโนโลยีจัดการซึ่งอยู่ที่ราว 7 พันล้านบาท เพื่อให้น่านฟ้าจัดการปริมาณเท่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น 100% จากปัจจุบันที่รองรับได้ 7-8 แสนเที่ยวบินต่อปีเป็น 1.5 – 2 ล้านเที่ยวบินภายในปี ระยะเวลา 5 ปี หรือภายหลังจากเริ่มเปิดใช้ระบบนี้ในปี 2561
นอกจากนี้ บวท.ยังจะลงทุนเพิ่มอีก 1.5 หมื่นล้านเพื่อรองรับปริมาณจราจรทางอากาศของประเทศจะเพิ่มขึ้นทะลุ 2.7 ล้านเที่ยวบินในระยะเวลา 15 ปี นอกจากลงทุนด้านเทคโนโลยีแล้วยังลงทุนระบบและบุคลากรจัดการด้านอากาศสอดรับกับนโยบายขอกระทรวงคมนาคมที่ต้องการพัฒนาระบบทางเดินอากาศเพื่อรองรับการเป็นฮับการบินอาเซียนอีกด้วย
นางสาริณีกล่าวต่อว่าปัจจุบัน บวท.จัดจราจรให้กับท่าอากาศยานทั้ง 36 แห่งทั่วประทศ ขณะที่น่านฟ้าไทยมีเส้นทางบินรวม 100 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางบินในประเทศ 50 เส้นทาง และต่างประเทศ 50 เส้นทาง ดังนั้น การขยายห้วงอากาศนับว่ามีความสำคัญอย่างมากเพื่อลดความสี่ยงด้านความปลอดภัย และเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางการบินของประเทศ โดยการบริหารห้วงอากาศในไทยถูกใช้ใน 2 แบบ คือ 1.เพื่อความมั่นคง และ2.เพื่อเชิงพาณิชย์ แต่ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้แบบยืดหยุ่น จึงสามารถรองรับเที่ยวบินได้จำนวนมาก ในขณะที่ไทยแค่เกือบล้านเที่ยวบินต่อปีก็เต็มและมีปัญหาดีเลย์แล้ว ส่วนด้านรายได้ของบริษัทวิทยุการบินในปีก่อนอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ขยายตัวราว 9% ขณะที่ปีนี้ตั้งเป้ายได้ไว้ที่ 1.3 หมื่นล้านบาทขยายตัวอยู่ที่ 8% จากปัจจัยหนุนด้านการตลาดท่องเที่ยวและความคึกคักทางเศรษฐกิจของภูมิภาคที่เติบโตขึ้นตามรายได้ประชากร
"ตอนนี้มีเที่ยวบินในไทยประมาณ 2.5-3 พันเที่ยวบินต่อวัน ซึ่งถือว่าหนาแน่นมาก ดังนั้นระบบใหม่ที่จะนำมาให้บริการจะช่วยได้มาก เพราะถือเป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดในโลกตอนนี้ โดยในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ จะเริ่มเปิดระบบใหม่ใช้งานควบคู่กับระบบเดิม เพื่อทดสอบระบบควบคู่กับของจริง ซึงจะเริ่มที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนเป็นแห่งแรก การเปลี่ยนแปลงไปใช้ระบบใหม่จะทยอยเปลี่ยนไปทีละกลุ่มเข้ามาทดแทนระบบเดิม โดยที่จะนำระบบบริหารจัดการเดิมไปเป็นระบบสำรองเพื่อสนับสนุนโครงข่ายระบบบริหารจราจรทางอากาศรูปแบบใหม่" นางสาริณีกล่าว







