
หุ้น13 มี.ค.ปิดลบ 4.40 จุด
หุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบปิดที่ 1,535.51 จุด ลดลง 4.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,930.85ล้านบาท
หุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบปิดที่ 1,535.51 จุด ลดลง 4.40 จุด มูลค่าการซื้อขาย 35,930.85ล้านบาท
เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบเพียง 10 จุด และปรับลงตั้งแต่ตลาดเปิด จนมาปิดที่ 1,535.51 จุด ลดลง 4.40 จุด หรือ 0.29 % มูลค่าการซื้อขาย 35,930.85ล้านบาท
นายกิจพล ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการและนักกลยุทธ์ ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนก.พ.เริ่มเห็นความผันของดัชนีหลังจากบริษัทจดทะเบียน(บจ.) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2559 ครบหมดส่งผลให้นักลงทุนเริ่มขายหุ้นเพื่อปรับพอร์ต อีกทั้งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนเริ่มมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.นี้ซึ่งเร็วกว่าคาดไว้
ทั้งนี้ในช่วงปลายสัปดาห์มีโอกาสที่จะเห็นดัชนีฟื้นตัวดีขึ้นประเมินกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,530 จุด และแนวต้านที่ 1,560 จุด เนื่องจากประเมินว่าดัชนีที่ปรับลดลงในขณะนี้ซึมซับความกังวลในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปแล้ว อีกทั้งคาดว่าหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยจริงในการประชุมครั้งนี้จริงน่าส่งสัญญาณถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อไปว่าจะไม่เร่งรีบในการปรับขึ้นเพราะยังต้องดูนโยบายด้านต่างๆของนายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐด้วย
คำแนะนำการลงทุนในช่วงนี้ให้ทยอยซื้อสะสมในหุ้นรายตัวที่อัตราราคาปิดกำไรต่อหุ้น(พี/อี) ยังไม่แพง และมีผลประกอบการมีโอกาสเติบโตคาดว่าจะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นและค่าเงินบาที่อ่อนค่า
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,579 ล้านบาท ปิดที่ 394.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท (+1.03%)
EE มูลค่าการซื้อขาย 1,069 ล้านบาท ปิดที่ 1.09 บาท ลดลง 0.27 บาท (-19.85%)
SCC มูลค่าการซื้อขาย 982 ล้านบาท ปิดที่ 534.00 บาท เพิ่มขึ้น10.00 บาท (+1.91%)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 919 ล้านบาท ปิดที่ 189.00 บาท ลดลง 1.00 บาท (-0.53%)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 860 ล้านบาท ปิดที่ 170.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท (+0.59%)







