คุมเข้ม10จังหวัดลดอุบัติเหตุสงกรานต์ หลังยอดพุ่ง
อดีต รมช.คมนาคมชี้ 10 จังหวัดเป้าหมายต้องเร่วลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เผยบางจังหวัดอัตราเสียชีวิตพุ่ง 500%
อดีต รมช.คมนาคมชี้ 10 จังหวัดเป้าหมายต้องเร่วลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ เผยบางจังหวัดอัตราเสียชีวิตพุ่ง 500%
นายนิกร จำนง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและประธานชมรมไทยปลอดภัย เปิดเผยภายหลังจากที่เข้ายื่นถึงนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมว่า สถานการณ์ผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางท้องถนนในช่วงเทศกาลของไทยมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะวันหยุดยาวที่ประชาชนเดินทางไปต่างจังหวัดจำนวนมาก คาดว่าช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้จะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากช่วงสงกรานต์ในปี 2559 นั้นมีผู้เสียชีวิตจำนวน 442 คน เพิ่มขึ้นจากเทศกาลสงกรานต์ของปีก่อนกว่า 78คน คิดเป็นร้อยละ 21.43 ขณะที่เทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตมากถึง 478 คน เพิ่มจากปี 2559 จำนวน 98 คนคิดเป็นร้อยละ 25.79
นายนิกร กล่าวต่อว่า จังหวัดเป้าหมาย 10 แห่งที่ต้องเร่งเข้าไปกำกับดูแลเนื่องจากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเพิ่มขึ้นสูง ได้แก่ 1. จังหวัดพิจิตร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 522.22% 2. จังหวัดชลบุรี เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 186.51% 3.จังหวัดพิษณุโลก เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 111.04% 4.จังหวัดสุรินทร์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 83.33% 5.จังหวัดอุดรธานีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 81.94% 6.จังหวัดกรุงเทพมหานคร เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 71.67% 7.จังหวัดขอนแก่น เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 58.33% 8.จังหวัดนครราชศรีมา เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 57.45% 9.จังหวัดบุรีรัมย์ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 52.7% 10.จังหวัดกาญจนบุรีเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 48.48%
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่ากรกระทรวงคมนาคม กล่าวต่อว่า ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตนจึงได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอนโยบาย “ลดสูญเสียมุ่งสู่ศูนย์” (Toward Zero Policy) ให้ทุกจังหวัดมีเป้าหมายลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด ร่วมกับแนวทางการลดเวลาจัดงานของจังหวัดต่างๆในช่วงหลังเที่ยงคืน เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและการเมาสุรา ตลอดจนกำหนดอัตราโทษแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ที่กระทำผิดซ้ำซากช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตามเห็นว่าหากรัฐบาลยังไม่มีแผนควบคุมปัญหาดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุปีละ 23,600 คนในอนาคต







