
ค้าปลีกออนไลน์บูม
ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
ผลการสำรวจมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พบว่ามูลค่าอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยปี 2559 มีอัตราเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 40.08% ของมูลค่าขายสินค้าและบริการทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นจากปี 2558 คิดเป็น 12.42%
ทั้งนี้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมในปี 2559 หากไม่รวมมูลค่า e-Auction จะพบว่าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าอี-คอมเมิร์ซมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่งมูลค่าอี-คอมเมิร์ซทั้งสิ้น 7.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 34.55% ตามด้วยอุตสาหกรรมการให้บริการที่พักมูลค่าอี-คอมเมิร์ซทั้งสิ้น 6.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 30.35% และอุตสาหกรรมการผลิตมูลค่าอี-คอมเมิร์ซทั้งสิ้น 3.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วน 16.23%
จากการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยประจำปี 2559 ชี้ว่าตลาดค้าปลีกออนไลน์ในประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.4 แสนล้านบาท หรือมีการเติบโตอยู่ที่ 20% เนื่องจากว่าปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์มากขึ้น ส่งผลเกิดความนิยมการสั่งซื้อสินค้าผ่านทาง Application ทั้งบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตกันเป็นอย่างมาก
การขยายตัวของสื่ออินเทอร์เน็ตส่งผลให้การใช้ชีวิตของผู้คนการค้า การสื่อสารต่างๆ ไปอยู่บนพื้นที่ออนไลน์มากขึ้น และจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นผลักดันให้คนไทยมีพฤติกรรมในการเลือกซื้อสินค้ารูปแบบใหม่ “เช็ก-แชร์-ช็อป” ผ่านการใช้งานอินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟน และโซเชียลมีเดียต่างๆ มากขึ้น







