
เฟดกดบาทอ่อน 35.50 บาท
แบงก์ชี้มีโอกาสเห็นบาทอ่อนค่าแตะ 35.50 บาท ก่อนเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ย หลังวันนี้ปิดตลาดที่ 35.40 อ่อนค่าในรอบ 8 สัปดาห์
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคาร กรุงไทย เปิดเผยว่า จากทิศทางค่าเงินบาทที่อ่อนค่าต่อเนื่องหลังเงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้นตามคาดการณ์ของตลาดที่มองว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) น่าจะปรับดอกเบี้ยขึ้นจากปัจจุบันที่ 0.75% ค่อนข้างแน่นอนแล้ว ทำให้มีโอกาสเห็นเงินบาทอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 35.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ภายในวันที่ 15 มี.ค. ที่เฟดจะมีมติการประชุมออกมาชัดเจน หรืออาจจะแตะระดับ 35.50 บาท ก่อนหน้าก็เป็นได้
ทั้งนี้ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐในช่วงนี้ทยอยออกมาในด้านบวกตลอด ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขในภาคเกษตร รวมถึงคาดการณ์ตัวเลขด้านอัตราการว่างงานที่ลดลง ถ้าว่างงานต่ำกว่า 4.5% จากปัจจุบันที่ 4.8% ซึ่งจะอยู่ในกรอบที่สหรัฐคาดไว้ที่ 4.7-5% บวกกับแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่น่าจะออกมาดีขึ้นหนุนให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าต่อเนื่องในระยะข้างหน้า ส่วนเงินบาทเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ปิดที่ระดับ 35.40 บาท คิดเป็นการอ่อนค่าสูงสุดในรอบประมาณ 8 สัปดาห์
"เงินบาทมีโอกาสแตะระดับ 35.50 ได้ก่อนวันที่ผลประชุมเฟดกลางสัปดาห์ก็เป็นได้ และที่สำคัญอาจจะเห็นการอ่อนค่าลงไปแตะที่ระดับ 35.70/80 บาทด้วยซ้ำ หากตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาดีตามที่ตลาดคาดไว้ ส่วนหลังเฟดขยับดอกเบี้ยแล้วทิศทางดอกเบี้ยในตลาดโลกจะเป็นขาขึ้นหรือไม่ต้องติดตามการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ธนาคารกลางอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ด้วย ซึ่งบีโอเจมีโอกาสปรับขึ้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว 10 ปี จากปัจจุบันที่ 0% เป็น 0.1%" นายจิติพล กล่าว
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เปิดตลาดที่ระดับ 35.37 บาท ระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบที่กว้างประมาณ 10 สตางค์ โดยแข็งค่าสุดที่ระดับ 35.33 บาท และ อ่อนค่าสุดที่ระดับ 35.44 บาท และมาปิดตลาดช่วงเย็นที่ระดับ 35.40/41 บาท คิดเป็นการแข็งค่าจากต้นทุนถึงปัจจุบันที่ 1.29%
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ 3 มี.ค.ที่ ผ่านมา ว่า อยู่ที่ระดับ 1.8 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6.3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.77 หมื่นล้านบาท







