
ชงจับคู่ธุรกิจไทย-จีน
ธพว.จับมือแบงก์ออฟไชน่า ดันเอสเอ็มอีสองประเทศร่วมแมตชิ่งธุรกิจ เปิดตลาดการค้าใหม่นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับธนาคาร แบงก์ออฟไชน่า ในการขยายความร่วมมือและการหาทางจับคู่ทางธุรกิจ (แมตชิ่ง) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการของประเทศจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสหาคู่ค้าและขยายตลาดใหม่ได้ในอนาคตทั้งนี้ แบงก์ออฟไชน่าได้นำผู้ประกอบการในประเทศจีน ประมาณ 150 ราย มาร่วมเปิดตลาดการค้าใหม่และจับคู่ทางธุรกิจในหลายประเทศของภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2560 นี้ โดยในเบื้องต้นมีแผนนำมาเปิดตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย เป็นต้น ที่จะนำมาแมตชิ่งภายในปีนี้ เชื่อว่า หากผู้ประกอบการไทยสามารถจับคู่ทางธุรกิจได้สำเร็จ จะส่งผลดีในการหาพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว“ประเทศจีนมีผู้ประกอบการในประเทศจำนวน 70 ล้านราย โดยนโยบายของประเทศจีนได้มุ่งมั่นในการพัฒนาผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างมาก รวมถึงการผลักดันเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ จึงนำผู้ประกอบการในเบื้องต้นจำนวน 150 ราย มาดูตลาดในภูมิภาคอาเซียน” นายมงคล กล่าวนอกจากนี้ อ
ธพว.จับมือแบงก์ออฟไชน่า ดันเอสเอ็มอีสองประเทศร่วมแมตชิ่งธุรกิจ เปิดตลาดการค้าใหม่
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมือกับธนาคาร แบงก์ออฟไชน่า ในการขยายความร่วมมือและการหาทางจับคู่ทางธุรกิจ (แมตชิ่ง) ระหว่างผู้ประกอบการไทยและผู้ประกอบการของประเทศจีน ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสหาคู่ค้าและขยายตลาดใหม่ได้ในอนาคต
ทั้งนี้ แบงก์ออฟไชน่าได้นำผู้ประกอบการในประเทศจีน ประมาณ 150 ราย มาร่วมเปิดตลาดการค้าใหม่และจับคู่ทางธุรกิจในหลายประเทศของภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2560 นี้ โดยในเบื้องต้นมีแผนนำมาเปิดตลาดในประเทศฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย รวมถึงประเทศไทย เป็นต้น ที่จะนำมาแมตชิ่งภายในปีนี้ เชื่อว่า หากผู้ประกอบการไทยสามารถจับคู่ทางธุรกิจได้สำเร็จ จะส่งผลดีในการหาพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว
“ประเทศจีนมีผู้ประกอบการในประเทศจำนวน 70 ล้านราย โดยนโยบายของประเทศจีนได้มุ่งมั่นในการพัฒนาผู้ประกอบการให้เติบโตอย่างมาก รวมถึงการผลักดันเปิดตลาดใหม่ในต่างประเทศ จึงนำผู้ประกอบการในเบื้องต้นจำนวน 150 ราย มาดูตลาดในภูมิภาคอาเซียน” นายมงคล กล่าว
นอกจากนี้ อยากกระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย มุ่งที่จะขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่กำลังขยายตัวและเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างมาก รวมถึงลูกค้าในอาเซียนต่างสนใจสินค้าจากประเทศไทย รวมทั้งในแต่ละประเทศมีค่าจ้างแรงงานในระดับต่ำ และมีต้นทุนการทำตลาดในระดับไม่สูง ทำให้ผู้ประกอบการไทยจะเป็นผลดีในเรื่องต้นทุนการทำธุรกิจ
สำหรับการเข้าไปทำตลาดในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคอาเซียน ผู้ประกอบการไทยจะต้องศึกษาทั้งข้อมูลการทำธุรกิจในเชิงลึก กฎระเบียบทางการค้า และอุปสรรคในการทำธุรกิจด้านต่างๆ เพื่อทำให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถเข้าร่วมโครงการอบรมในการพัฒนาธุรกิจได้ ซึ่งธนาคารได้มีการจัดอบรมและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่องในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน







