
MATRIX SUIT โปร-ทอยส์ ต้นแบบหุ่นยนต์ช่างภาพ
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคลอีกหนึ่งเทคสตาร์ทอัพคนไทย ที่ใช้ประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพด้านโปรดักชั่น ก่อนพลิกบทบาทใหม่มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตภาคบริการนวัตกรรมฝีมือคนไทยภายใต้มาตรฐานระดับโลก ด้วยผลงาน “Matrix Simu lation Training” ระบบควบคุมและสั่งถ่ายกล้องแบบบุลเล็ตไทม์ (Bullet Time) 360 องศา ที่เริ่มต้นโดย 2 ผู้บริหารหนุ่ม บุญชัย วงศ์บวรเกียรติ และ บงการ พยัฆวิเชียร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โปร-ทอยส์ บุญชัย เริ่มต้นเล่าถึงที่มาธุรกิจ เกิดขึ้นเมื่อราว 16 ปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความชอบสินค้ากลุ่มของเล่น แกดเจ็ต (Gadget) ต่างๆ อย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบกันเป็นทุนเดิม ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจเข้ามาสู่การเป็นเจ้าของกิจการได้ในที่สุด นอกเหนือจากความคุ้นเคยกับอุปกรณ์การใช้งานในวงการนี้เป็นอย่างดี จากประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพที่อยู่ในแวดวงโปรดักชั่นและอีเวนต์มาก่อน โดยฉายภาพธุรกิจให้ชัดขึ้นว่า ในช่วงนั้นมองเห็นโอกาสทางตลาดที่เกิดจาก “เพน พอยท์” ในอุตสาหกรรมโปรดักชั่นว่า การถ่ายภาพหรือเครื่องมือต่างๆ จะต้องสั่งจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก ซอฟต์แวร์ไม่มีความเสถียร ขาดนวัตกรรม
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
อีกหนึ่งเทคสตาร์ทอัพคนไทย ที่ใช้ประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพด้านโปรดักชั่น ก่อนพลิกบทบาทใหม่มาเป็นเจ้าของธุรกิจ ในฐานะผู้ผลิตภาคบริการนวัตกรรมฝีมือคนไทยภายใต้มาตรฐานระดับโลก ด้วยผลงาน “Matrix Simu lation Training” ระบบควบคุมและสั่งถ่ายกล้องแบบบุลเล็ตไทม์ (Bullet Time) 360 องศา ที่เริ่มต้นโดย 2 ผู้บริหารหนุ่ม บุญชัย วงศ์บวรเกียรติ และ บงการ พยัฆวิเชียร ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท โปร-ทอยส์
บุญชัย เริ่มต้นเล่าถึงที่มาธุรกิจ เกิดขึ้นเมื่อราว 16 ปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากความชอบสินค้ากลุ่มของเล่น แกดเจ็ต (Gadget) ต่างๆ อย่างที่ผู้ชายทั่วไปชอบกันเป็นทุนเดิม ที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัดสินใจเข้ามาสู่การเป็นเจ้าของกิจการได้ในที่สุด นอกเหนือจากความคุ้นเคยกับอุปกรณ์การใช้งานในวงการนี้เป็นอย่างดี จากประสบการณ์ความเป็นมืออาชีพที่อยู่ในแวดวงโปรดักชั่นและอีเวนต์มาก่อน
โดยฉายภาพธุรกิจให้ชัดขึ้นว่า ในช่วงนั้นมองเห็นโอกาสทางตลาดที่เกิดจาก “เพน พอยท์” ในอุตสาหกรรมโปรดักชั่นว่า การถ่ายภาพหรือเครื่องมือต่างๆ จะต้องสั่งจากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก ซอฟต์แวร์ไม่มีความเสถียร ขาดนวัตกรรม ฯลฯ ทำให้สนใจคิดค้นพร้อมพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในช่วงแรก คือ MATRIX SUIT เพื่อรองรับงานถ่ายภาพด้านต่างๆ
พร้อมอธิบายต่อถึงเทคโนโลยี Matrix Simulation Training ที่บริษัทพัฒนาขึ้นมานั้น เป็นระบบควบคุมและสั่งถ่ายกล้องแบบบุลเล็ตไทม์ 360 องศา มีความแม่นยำสูง สามารถสั่งงานกล้องให้ทำงานพร้อมกันผ่านระบบได้จำนวนมากกว่า 50 ตัวขึ้นไป ทำให้ผู้ใช้งานในอุตสาหกรรมบันเทิง ภาพยนตร์ เพลง เกม หรือด้านการศึกษาได้รับความสะดวก ที่สำคัญราคาประหยัดกว่าถึง 50% เทียบกับผลิตภัณฑ์ระบบจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ บริษัทใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบรูปแบบฝังตัว (Embedded Software) ในอุปกรณ์ (ฮาร์ดแวร์) และถือเป็นประเทศที่ 3 ของภูมิภาคเอเชียเลยทีเดียว
นอกจากนี้ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวของบริษัทยังได้เข้าสู่บัญชีนวัตกรรมของประเทศไทย รวมทั้งยังได้รับรางวัลสุดยอดนวัตกรรมระดับภูมิภาคและโลกในหลายเวที เช่น ITEX 2016 จากการประกวดแข่งขันนวัตกรรมนานาชาติ จัดที่มาเลเซีย ซึ่งมีหลายประเทศจากเอเชียและยุโรปเข้าประกวด
“จากเดิมงานโปรดักชั่น อีเวนต์บางรายการ อย่างการแข่งขันกีฬา ต้องใช้ช่างภาพหรือช่างกล้องประจำสนามหลายจุดเพื่อส่งสัญญาณภาพ แต่เทคโนโลยีนี้สามารถทดแทนได้ จากระบบควบคุมสั่งถ่ายภาพแบบไม่จำกัดจำนวนกล้อง ซึ่งทำหน้าที่ได้คล้ายคลึงกับหุ่นยนต์” บุญชัย เสริม
ขณะที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัท เปิดตัวผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (โปรโตไทป์) แมตทริกซ์ ไฮบริด โรบอต สำหรับการใช้งานถ่ายทอดสด และเป็นโรบอตบุลเล็ตไทม์ ระบบติดตามเป้าหมายได้ทั้งแบบแมนนวล และแบบเลือกเป้าหมาย เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการจัดกิจกรรมการตลาด (อีเวนต์) การผลิต (โปรดักชั่น) ภาพยนตร์ (ฟิล์มมิ่ง) และการออกอากาศ (บรอดคาสต์) ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนที่มีแนวโน้มการจัดอีเวนต์ขยายตัวสูง
สอดคล้องกับแผนธุรกิจในปีนี้ บริษัทวางแผนทำตลาดเชิงรุกการให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าวในต่างประเทศ โดยเตรียมเซ็นสัญญาร่วมกับบริษัท โอรันดา โกลบอล ประเทศอินเดีย และนักลงทุนประเทศสิงคโปร์ ในฐานะตัวแทนการทำตลาด (ดิสทริบิวเตอร์) ในเอเชียใต้และอาเซียน ตามลำดับ จากปัจจุบันภาพรวมธุรกิจบริการอุปกรณ์ดังกล่าวทั่วโลก มีเพียงสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และออสเตรเลียเท่านั้น
ด้าน บงการ กล่าวถึงแผนการตลาดในปีนี้จะมุ่ง 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1.ขยายตลาดออนไลน์ตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) 2.การออกงานแสดงสินค้าหรือโรดโชว์ผลิตภัณฑ์ ทั้งบริษัทดำเนินการเอง และร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อจับคู่พันธมิตรธุรกิจ และ 3.การทำตลาดร่วมกับดิสทริบิวเตอร์ 2 รายสำคัญ คือ อินเดีย และสิงคโปร์
“สำหรับพันธมิตรทั้งสองรายของบริษัท มาจากการแมตชิ่งทางธุรกิจ ที่จะช่วยนำธุรกิจขยายตลาดใหม่ร่วมกันได้ อย่างอินเดียซึ่งมีอุตสาหกรรมการผลิตภาพยนตร์ขนาดใหญ่เป็นบอลลีวู้ดระดับโลก จะดูแลตลาดเอเชียใต้และจีน ส่วนสิงคโปร์จะดูแลตลาดอาเซียนในอนาคต พร้อมวางเป้าหมายภายในปี 2562 จะขึ้นเป็นผู้นำตลาดมัลติคาเมราวิชั่นในภูมิภาคเอเชีย” บงการ กล่าว
โดย บุญชัย ปิดท้ายว่า การที่บริษัทก้าวขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งทางธุรกิจนี้ได้ในปัจจุบัน มาจากความเชื่อมั่นว่าสามารถทำได้ “เราเป็นหนึ่งในตองอู” และที่สำคัญคนไทยมีฝีมือทำได้ โดยเฉพาะหากร่วมมือกันนำฟีเจอร์นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาเพิ่มศักยภาพในการทำตลาดด้วยกัน ก็สามารถแข่งขันได้ในเวทีระดับโลก
ด้วยคนไทยเก่งได้แต่ต้องไม่ซ้ำกัน







