posttoday
มิติใหม่ ‘เอ็มเอฟอีซี’ มุ่งความสำเร็จลูกค้า-พันธมิตร-พนักงาน

มิติใหม่ ‘เอ็มเอฟอีซี’ มุ่งความสำเร็จลูกค้า-พันธมิตร-พนักงาน

09 มีนาคม 2560

ครบรอบ 20 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และในโอกาสย่างก้าวสู่ปีที่ 21 บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC)

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

ครบรอบ 20 ปี ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และในโอกาสย่างก้าวสู่ปีที่ 21 บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC)ก็ถือฤกษ์ประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและการแข่งขัน โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุค 4.0

ศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็มเอฟ อี ซี กล่าวว่า จากเดิมที่บริษัทประกอบธุรกิจให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายงานเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน หรือเรียกง่ายๆ ว่า โมเดลเดิมนั้นจะเป็นวันแมนโชว์ โดยเป็นผู้ขายเทคโนโลยีเพื่อให้ลูกค้านำไปแก้ปัญหาของตัวเอง

แต่สำหรับโมเดลธุรกิจใหม่นับจากนี้ จะเน้นการสร้างนวัตกรรมโมเดลธุรกิจร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงการร่วมทุนกับพนักงานบริษัทที่มีศักยภาพ ภายใต้โรดแมปเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จร่วมกัน ทั้งลูกค้าพันธมิตร และพนักงานของบริษัทเอง

“อดีตที่ผ่านมา 20 ปี เราทำในสิ่งที่รู้ แต่ต่อจากนี้ไป เราจะทำในสิ่งที่ไม่รู้ และไม่ถนัดบ้าง”

ศิริวัฒน์ ขยายความคำพูดนี้ว่า เป็นการนำความรู้และความเชี่ยวชาญทางด้านไอทีไปต่อยอดแนวความคิดเดิมของธุรกิจนั้นๆ เพื่อสร้างนวัตกรรม และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ตลอดจนเพิ่มแนวทางการบริหารจัดการภายในอย่างมีระบบในลักษณะครอสแมทริกซ์ ที่สนับสนุนให้ผู้บริหารในระดับแผนกธุรกิจ สามารถวางแผนดูแลบุคลากรและกิจการภายในของแต่ละแผนกด้วยตนเอง ให้สามารถตอบรับไปกับกลยุทธ์และเป้าหมายหลักขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความแข็งแกร่งของบุคลากรในมิติของการปลูกฝังความเป็นเจ้าของกิจการ

ทั้งนี้ เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ยุค 4.0 ภาครัฐให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมไอทีอย่างชัดเจน จึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะปฏิรูปวิธีการบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อรองรับกับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น พร้อมผลักดันองค์กรให้มีรายได้และกําไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับกลยุทธ์ที่ เอ็ม เอฟ อี ซี จะดำเนินการ จะเป็นไปใน 2 มิติ คือ 1.ใช้เทคโนโลยียกระดับหรือพัฒนาธุรกิจที่เปลี่ยนไป และ 2.สร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพ โดยทำให้องค์กรเป็นเครือข่ายเชื่อมโยง เพื่อที่จะแลกเปลี่ยนและพัฒนาทักษะร่วมกันจนประสบความสำเร็จ

ที่สำคัญ คือ การเข้ามาของเทคโนโลยีคลาวด์คอมพิวติ้ง จะส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับฮาร์ดแวร์จะค่อยๆ ลดลงจนกระทั่งเหลือแต่แอพพลิเคชั่นเลเยอร์ทำให้บริษัทต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีไปตั้งโจทย์ใหม่ แก้ปัญหา หรือปรับโมเดลทางธุรกิจให้กับลูกค้าที่กำลังถูกความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีคุกคามอยู่เช่นกัน

นอกจากนี้ การที่บริษัทมีสภาพคล่องสูงจึงเห็นว่าเป็นโอกาสในการลงทุน ด้วยการวางนโยบายเป็นคอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปปิตอล หรือซีวีซี ให้กับพนักงานที่พร้อมจะแตกตัวออกไปเป็นบริษัทสตาร์ทอัพ
ด้วยการก่อตั้งบริษัท Playtorium Solutionsขึ้น โดยบริษัทจะเข้าถือหุ้นสัดส่วน 70% ของทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท คิดเป็น 3.5 ล้านบาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวจะดำเนินธุรกิจหลักในการให้บริการทดสอบซอฟต์แวร์แบบครบวงจร และ “Crowd Testing” พร้อมทั้งให้บริการจัดหาบุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านไอทีต่างๆ เพื่อทำงานในโครงการตามที่ลูกค้าต้องการ

“การเปิด PLAYTORIUM ถือเป็นศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์และสำนักงานสาขาที่ 2 ของบริษัทแม่ ที่จะสะท้อนภาพขององค์กรที่เต็มไปด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการยกระดับการทำงานภายใต้แนวคิด ‘New Office - New Culture’ 4 ประการ ประกอบด้วย 1.Collaboration 2.Communication 3.Concentration 4.Chill Out”

ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และโครงการ Industrial Liaison Program หรือ ILP เพื่อพัฒนาและวิจัยงานด้านดาต้า ไซนซ์ (DataScience) และบิ๊กดาต้า รวมทั้งตั้งเป้าผลิตบุคลากรด้าน นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล หรือ Data Scientist ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะเข้าไปมีบทบาทในหลายมิติของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วางแผนจัดตั้งศูนย์กลางการเรียนรู้ “Data Cafe Thailand” เพื่อใช้พัฒนาองค์ความรู้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการให้คำปรึกษา โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูล และองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ มีการวางแผนจัดหลักสูตรอบรมให้กับนักศึกษาและองค์กรภายนอก รวมถึงจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อทดสอบเทคโนโลยีด้าน Data Science สำหรับผู้ที่สนใจหรือองค์กรที่กำลังพิจารณานำ Data Science ไปใช้ในเชิงธุรกิจอีกด้วย

การปรับเปลี่ยนธุรกิจดังกล่าว เพื่อรองรับกับโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้น พร้อมผลักดันองค์กรให้มีรายได้และกําไรเติบโตต่อเนื่องทุกปี เพื่อสร้างองค์กรให้แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยวางแผนสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ และใช้เงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

“กลยุทธ์ใหม่ของเราตอนนี้ คือ ทำอย่างไรให้พนักงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ประสบความสำเร็จ เหมือนกับที่เราสำเร็จมาแล้ว”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท