
เรือนหอแสนอบอุ่น คู่รักข้าวใหม่ปลามัน
ถือฤกษ์ดีเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เข้าพิธีวิวาห์กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
ถือฤกษ์ดีเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เข้าพิธีวิวาห์กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับทายาทสองตระกูลดังในแวดวงสังคมเมืองไทยอย่าง เบนซ์-รัฐพงษ์ รัตนหิรัญญา และสาวสังคมหน้าหวาน พอลลี่-พรพรรณ สิทธินววิธ ทั้งคู่เลือกสร้างครอบครัวเล็กๆ ของตัวเอง ด้วยการใช้ชีวิตในคอนโดสุดหรูย่านสาทรเป็นเรือนหอ เพราะมองว่าตอบโจทย์ชีวิตคู่รักรุ่นใหม่เป็นอย่างดี
“ผมตั้งใจซื้อคอนโดนี้ไว้เป็นเรือนหอตั้งแต่ปี 2011 ซื้อตั้งแต่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าสาวของผมจะเป็นใคร แต่ที่ต้องซื้อก่อน เพราะว่าถ้ามัวรอเจอคนที่ใช่แล้วคงไม่ทันการณ์ อย่างคู่เราถึงจะรู้จักกันตั้งแต่ 4 ปีที่แล้ว แต่ถ้านับเวลาที่คบหาดูใจกันจริงๆ แค่ 3 เดือนเราก็ตัดสินใจแต่งงานกันแล้ว” เบนซ์เปิดฉากเล่าถึงเรือนหอหลังงามอย่างอารมณ์ดี
บนเนื้อที่คอนโดราว 190 ตารางเมตร เบนซ์ตั้งโจทย์ให้บ้านหลังนี้ดูมีชีวิตชีวา ด้วยการผสมผสานกลิ่นอายของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยคุมโทนให้อารมณ์ของบ้านไม่ดูโมเดิร์นหรือคลาสสิกจนเกินไป
แน่นอนว่า พอตั้งโจทย์การตกแต่งของคอนโดมาแบบนี้ ของตกแต่งและเฟอร์นิเจอร์ที่จะมาเป็นองค์ประกอบต้องไม่ธรรมดา ซึ่งเบนซ์เองยอมรับว่า การเฟ้นหาเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเติมเต็มให้คอนโดแห่งนี้สมบูรณ์ขึ้น เป็นอีกหนึ่งงานหิน เขาทุ่มเทเวลาไม่น้อยในการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกใจ เคยลองผิดลองถูกมาหมดแล้ว ทั้งการซื้อเฟอร์นิเจอร์แบบสำเร็จและสั่งทำเพื่อให้ได้เฟอร์นิเจอร์ดั่งใจ
“ไม่ใช่ว่าสั่งทำแล้วจะถูกใจ 100% นะครับ ผมเคยมาแล้วที่สั่งทำออกมาแล้วก็ไม่ถูกใจ ผลที่ตามมาคือปวดหัวครับ เพราะเฟอร์นิเจอร์ไม่เหมือนเสื้อผ้า ที่ไม่ชอบไม่ถูกใจก็พับเก็บหรือเอาไปให้คนอื่นได้ มีครั้งหนึ่งผมสั่งทำโต๊ะกินข้าวมาแล้วไม่ถูกใจ ก็คิดหนักเหมือนกัน ครั้งนั้นเลยเป็นบทเรียนให้ผมว่า ต่อไปเวลาแต่งห้องต้องอาศัยความใจเย็นเข้าสู้ ต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นอย่างละเอียดถี่ถ้วน ถูกใจจริงๆ แล้วถึงซื้อ สุดท้ายผมใช้เวลาอยู่ปีกว่านะครับ กว่าทุกอย่างในห้องจะลงตัวแบบที่เห็น”
หลังจากอธิบายคอนเซ็ปต์บ้านพอให้เห็นภาพในหัว เบนซ์ไม่ปล่อยให้ท่องในโลกจินตนาการนาน เขาชวนเดินทัวร์ชมห้องต่างๆ ในบ้านอย่างเป็นกันเอง เริ่มจากห้องรับแขก มุมกินข้าว ซึ่งเจ้าตัวภูมิใจนำเสนอโต๊ะกินข้าวตัวเก๋ ที่เลือกจับคู่กับเก้าอี้สีแดงอย่างลงตัว ถัดมาเป็นห้องทำงาน ซึ่งเขายกให้เป็นห้องที่สะท้อนถึงไอเดียการผสมผสานกลิ่นอายแบบตะวันตกและตะวันออกได้อย่างชัดเจนที่สุด
“ห้องทำงานของผมจะแยกระหว่างมุมหนังสือกับมุมทำงานไว้คนละฝั่ง ด้วยความที่ผมชอบขีดๆ เขียนๆ เพราะฉะนั้นโต๊ะอ่านหนังสือของผมจะไม่มีคอมพิวเตอร์ แต่จะให้อารมณ์เหมือนโต๊ะหนังสือที่เราเห็นในหนังจีน มีพู่กันจีนแทนปากกา ส่วนด้านตรงข้ามผมเลือกใช้โซฟาหนังแบบที่นิยมวางไว้เอาต์ดอร์มาแต่ง เพื่อให้รู้สึกถึงความรีแลกซ์เป็นมุมสบายๆ ซึ่งพอลลี่ก็ชอบมานั่งมุมนี้เวลาผมนั่งอ่านหนังสือ”
ขณะที่มุมสำหรับทำงาน เขาเลือกออกแบบให้เรียบง่าย มีเพียงคอมพิวเตอร์ 1 ตัวพร้อมป้ายไฟที่เขียนว่า “Buy me I will make you happy” อยู่ด้านบน เบนซ์เล่าไปยิ้มไปว่าป้ายนี้เปี่ยมไปด้วยความหลัง
“ตอนที่ผมเห็นป้ายนี้ ผมตัดสินใจซื้อทันที เพราะชอบความหมาย ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมกำลังใช้เงินไปกับการแต่งบ้านเยอะ จนเริ่มท้อ แต่พออ่านข้อความบนป้ายนี้แล้วทำให้มีกำลังใจ และบอกกับตัวเองว่า เราเสียเงินไป เพื่อมอบความสุขให้เรา ไม่น่าเชื่อว่าป้ายที่ซื้อวันนั้นจะได้มาเป็นหนึ่งในเรือนหอของเราในวันนี้ เพราะตอนไปซื้อผมกับพอลลี่ยังไม่เริ่มรักกันเลยด้วยซ้ำ”
มาถึงวันนี้ ผู้บริหารหนุ่มยกให้เรือนหอแห่งนี้คือวิมานแสนสุขที่เขาสร้างจากความรักเพื่อเริ่มต้น “ครอบครัว” ที่แสนอบอุ่น







