
ฮ่องกงอัดทุนเอฟดับบลิวดี
ทุนฮ่องกง แปซิฟิค เซ็นจูรี่ กรุ๊ป ทุ่ม 6,500 ล้าน เพิ่มทุนเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตถือ 49% เตรียมรับธุรกิจโตอีก 1-2 ปีนายไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทแม่จากฮ่องกง คือ กลุ่มแปซิฟิค เซ็นจูรี่ กรุ๊ป ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีก 6,500 ล้านบาท และได้ชำระครบเรียบร้อยแล้ว ทำให้ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนรวม 8,700 ล้านบาท มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 49% จากเดิม 25% ส่วนที่เหลืออีก 51% ยังเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นไทยนอกจากนี้ ยังส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องสำรองตามกฎหมาย (CAR) เพิ่มเป็น 272% จากเดิม 236% โดยบริษัทมีนโยบายบริหารอัตราส่วนเงินกองทุนฯ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป การเพิ่มทุนครั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการลงทุนของบริษัทให้สามารถไปลงทุนสินทรัพย์ประเภทอื่นได้มากขึ้นอย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทแม่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจนมีสัดส่วนหุ้นถึง 100% หรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ถือหุ้นไทยด้วย ซึ่
ทุนฮ่องกง แปซิฟิค เซ็นจูรี่ กรุ๊ป ทุ่ม 6,500 ล้าน เพิ่มทุนเอฟดับบลิวดีประกันชีวิตถือ 49% เตรียมรับธุรกิจโตอีก 1-2 ปี
นายไมค์ แพล็กซ์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทแม่จากฮ่องกง คือ กลุ่มแปซิฟิค เซ็นจูรี่ กรุ๊ป ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่อีก 6,500 ล้านบาท และได้ชำระครบเรียบร้อยแล้ว ทำให้ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนรวม 8,700 ล้านบาท มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 49% จากเดิม 25% ส่วนที่เหลืออีก 51% ยังเป็นกลุ่มผู้ถือหุ้นไทย
นอกจากนี้ ยังส่งผลให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อเงินกองทุนที่ต้องสำรองตามกฎหมาย (CAR) เพิ่มเป็น 272% จากเดิม 236% โดยบริษัทมีนโยบายบริหารอัตราส่วนเงินกองทุนฯ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ต้องไม่มากหรือน้อยเกินไป การเพิ่มทุนครั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตที่รวดเร็วของบริษัท สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ไปอีกอย่างน้อย 1-2 ปี รวมถึงการเพิ่มโอกาสในการลงทุนของบริษัทให้สามารถไปลงทุนสินทรัพย์ประเภทอื่นได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในอนาคตบริษัทแม่จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจนมีสัดส่วนหุ้นถึง 100% หรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ถือหุ้นไทยด้วย ซึ่งที่ผ่านมาการบริหารของบริษัทสร้างความพอใจให้กับผู้ถือหุ้นทั้งไทยและฮ่องกงเป็นอย่างดี
สำหรับในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเบี้ยรับปีแรกยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและปีนี้ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดให้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 6 จากปีที่ผ่านมาอยู่อันดับ 7 หรือมีส่วนแบ่งตลาด 5.6% และในปี 2561 ต้องติด 1 ใน 5 บริษัทที่มีส่วนแบ่งตลาดเบี้ยรับปีแรกให้ได้
ทั้งนี้ กลยุทธ์ที่สำคัญจะมีการพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางขายให้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางธนาคารผ่านธนาคารทหารไทย หรือแบงก์แอสชัวรันส์ ช่องทางตัวแทน ช่องทางประกันกลุ่ม ช่องทางห้างค้าปลีกกับห้างบิ๊กซี รวมถึงเพิ่มช่องทางดิจิทัลให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า
การเพิ่มตัวแทนมืออาชีพและแบบประกันใหม่ๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันในส่วนของสินทรัพย์ลงทุนที่มีอยู่ 8.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% นั้น บริษัทจะนำกลับมาบริหารเองจากเดิมที่ให้พันธมิตรบริหาร
สำหรับในปี 2559 บริษัททำเบี้ยรับปีแรกได้ 7,500 ล้านบาท มาจากเบี้ยประกันยูนิตลิงค์ถึง 1,000 ล้านบาท และมีเบี้ยรับรวม 2 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% ขณะที่ตลาดโดยรวมเติบโตลดลง







