posttoday
หุ้น เช้า 7 มีค. ปิดบวก 2.14จุด

หุ้น เช้า 7 มีค. ปิดบวก 2.14จุด

07 มีนาคม 2560

เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,555.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.14 จุด หรือ 0.14% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,876.07 ล้านบาท.

เช้าวันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,555.75 จุด เพิ่มขึ้น 2.14 จุด หรือ 0.14%  มีมูลค่าการซื้อขาย 18,876.07 ล้านบาท

หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่

1.PTT ปิดที่ 390.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 885.90  ล้านบาท

2.CPALL ปิดที่ 59.00 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 836.65  ล้านบาท

3.SCB ปิดที่ 153.50 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 710.68  ล้านบาท

4.BDMS ปิดที่ 20.00 บาท ลดลง -0.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 555.12  ล้านบาท

5.DTAC ปิดที่ 40.50 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง มูลค่าการซื้อขาย 529.57  ล้านบาท

นายวิวัฒน์  เตชะพูลผล รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ทางเทคนิค บล. ทิสโก้ มองว่า   ลาดหุ้นไทยปรับฐานระยะสั้น แต่ทั้งปียังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ถึง 1,650 จุด จากแนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เหตุความเสี่ยงทางการเมืองในยุโรปพุ่งสูงขึ้นจุดชนวน Fund Flow ไหลเข้าตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทยด้วย แนะนำทยอยซื้อหุ้นที่ยัง Laggard ในกลุ่ม “สื่อสาร – รับเหมาฯ – โรงแรม – อสังหาฯ”

แม้ตลาดหุ้นทั่วโลกจะอยู่ในระดับที่แพงแล้ว แต่โดยภาพรวมยังอยู่ในภาวะSideway Up จากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน  โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารที่ได้รับจากปัจจัยหนุนอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และกลุ่มพลังงานจากการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน โดยตลาดหุ้นที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น จีน และอินเดีย  ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะ Overbought จากเงินลงทุนตราสารหนี้ที่ไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว  และคาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2560 นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือน มี.ค. นี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ น่าจะปรับฐานลงจากความกังวลด้านการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และจะกลับขึ้นไปทำ New High ครั้งใหม่ โดยมีแนวโน้มที่ Fund Flow จะไหลเข้าสู่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มากขึ้น (Emerging Market) จากปัจจัยความเสี่ยงด้านการเมืองในยุโรป

“หลังจบการลงปรับฐาน Fund Flow น่าจะไหลเข้ามาในเอเชีย ไทยอาจจะได้รับอานิสงส์ด้วย เหตุผลเพราะว่า ปัจจัยความเสี่ยงจากการเมืองในยุโรปจะเริ่มเข้ามามีน้ำหนักมากขึ้น โดยนอกจากอังกฤษจะเริ่มกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปอย่างเป็นทางการภายในสิ้นเดือน มี.ค. แล้ว ยังมีการเลือกตั้งทั่วไปในเนเธอร์แลนด์วันที่ 15 มี.ค. นี้ ซึ่งพรรค Party for Freedom (PVV) ที่มีนโยบายออกจากสหภาพยุโรปก็มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง ความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรปจะมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส การเลือกตั้งทั่วไปในเยอรมนี ซึ่งจะมีขึ้นในช่วง เม.ย. - พ.ค. และ ก.ย. ตามลำดับ รวมถึงโอกาสที่จะมีการจัดการเลือกตั้งในอิตาลีในช่วงครึ่งปีหลัง” นายวิวัฒน์ กล่าว

 ตลาดหุ้นไทยในช่วง ม.ค. - ก.พ. ที่ผ่านมา เริ่มปรับตัวลดลงประมาณ -0.7% หลังจากที่ SET Index ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,600 แล้วจึงมีการปรับพอร์ตหลังสิ้นสุดช่วงประกาศผลประกอบการ

ส่วนแนวโน้มในเดือน มี.ค. นี้ คาดว่าจะได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ก่อนจะ Sideway Up ไปแนวต้านที่ 1,575 หรือ 1,595 หากผิดคาด SET อาจลงต่ำกว่า1,545 และลงไปสร้างฐานใหม่ที่ 1,520 แนะเข้าซื้อสะสมหุ้นที่ยังขึ้นน้อย (Laggard) อาทิ “กลุ่มสื่อสาร – รับเหมาก่อสร้าง – โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์” โดยปีนี้ SET Index น่าจะมีแนวรับ-แนวต้านอยู่ที่ 1,500-1,650

หากสหรัฐฯ มีการใช้นโยบายลดภาษีโอนเงินทุนบริษัทสัญชาติสหรัฐฯ ในต่างแดนกลับแผ่นดินแม่ (Repatriation Tax) กระตุ้นให้บริษัทที่สะสมเงินลงทุนในต่างประเทศเอาเงินกลับเข้าประเทศ และนโยบายกีดกันทางการค้า เช่นการจัดเก็บภาษีแบบ Border Adjustment Tax   ซึ่งเป็นการเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าและลดภาษีสินค้าส่งออก ทำให้ดุลการค้าสหรัฐฯ ปรับตัวดีขึ้น โดยทั้งสองแนวคิดอาจจะส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท