posttoday
รัสดี รอสแมน บิ๊กเฮลท์แคร์อินโดนีเซีย

รัสดี รอสแมน บิ๊กเฮลท์แคร์อินโดนีเซีย

06 มีนาคม 2560

โดย...ทศพล หงษ์ทองตลาดสุขภาพ “เฮลท์แคร์” ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในโลกสมัยใหม่ จนเกิดเทรนด์รักษาสุขภาพที่บูมไปทั่วโลกเคียงคู่ไปกับอัตรารายได้ของประชากรชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียซึ่งถูกยกให้เป็นตลาดที่มีความต้องการ (ดีมานด์) การบริโภคเติบโตมากที่สุดในอาเซียน จากแรงหนุนประชากรกว่า 249 ล้านคนรัสดี รอสแมน (Rusdi Rosman) เด็กหนุ่มผู้มีเส้นทางชีวิตแสนเรียบง่ายในแดนอิเหนา จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจาก Padjajaran University ในเมืองบันดุง จากนั้นไปศึกษาต่อในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริหารที่มหาวิทยาลัย California State University จนเมื่อโอกาสทองของชีวิตเขามาถึงด้วยการเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งฝ่ายบุคคลของบริษัท จนในที่สุดไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ของบริษัท คิเมีย ฟาร์มา (Kimia Farma) รัฐวิสาหกิจด้านเฮลท์แคร์ที่ยิ่งใหญ่สุดในอินโดนีเซียคิเมีย ฟาร์มา ถูกยกให้เป็นผู้นำด้านยาเวชภัณฑ์และเฮลท์แคร์ซึ่งทำธุรกิจครอบคลุมแบบครบวงจร ทั้งการผลิต วิจัยพัฒนา กระจายสินค้า ร้านค้าปลีก ตลอดจนคลินิกและโรงพยาบาล โดยมีผลิตภัณฑ์ในมือทั้งสิ้นมากกว่า 300 รายการ อาทิ ยาแผนปัจจุบัน แผนโบราณ เวชสำอาง อาหารเสริม และ

โดย...ทศพล หงษ์ทอง

ตลาดสุขภาพ “เฮลท์แคร์” ก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญในโลกสมัยใหม่ จนเกิดเทรนด์รักษาสุขภาพที่บูมไปทั่วโลกเคียงคู่ไปกับอัตรารายได้ของประชากรชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซียซึ่งถูกยกให้เป็นตลาดที่มีความต้องการ (ดีมานด์) การบริโภคเติบโตมากที่สุดในอาเซียน จากแรงหนุนประชากรกว่า 249 ล้านคน

รัสดี รอสแมน (Rusdi Rosman) เด็กหนุ่มผู้มีเส้นทางชีวิตแสนเรียบง่ายในแดนอิเหนา จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจาก Padjajaran University ในเมืองบันดุง จากนั้นไปศึกษาต่อในด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และบริหารที่มหาวิทยาลัย California State University จนเมื่อโอกาสทองของชีวิตเขามาถึงด้วยการเริ่มต้นทำงานในตำแหน่งฝ่ายบุคคลของบริษัท จนในที่สุดไต่เต้าขึ้นมาเป็นหัวเรือใหญ่ของบริษัท คิเมีย ฟาร์มา (Kimia Farma) รัฐวิสาหกิจด้านเฮลท์แคร์ที่ยิ่งใหญ่สุดในอินโดนีเซีย

คิเมีย ฟาร์มา ถูกยกให้เป็นผู้นำด้านยาเวชภัณฑ์และเฮลท์แคร์ซึ่งทำธุรกิจครอบคลุมแบบครบวงจร ทั้งการผลิต วิจัยพัฒนา กระจายสินค้า ร้านค้าปลีก ตลอดจนคลินิกและโรงพยาบาล โดยมีผลิตภัณฑ์ในมือทั้งสิ้นมากกว่า 300 รายการ อาทิ ยาแผนปัจจุบัน แผนโบราณ เวชสำอาง อาหารเสริม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังมีสาขาเภสัชภัณฑ์กว่า 736 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงคลินิกทางการแพทย์ และแล็บวิจัยผลิตภัณฑ์มากกว่า 400 แห่ง ไม่เพียงเท่านั้น คิเมีย ฟาร์มา ยังเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าเวชภัณฑ์ระดับสูง (เทียร์ 1 และเทียร์ 2) ที่มีโรงงานขนาดใหญ่ทั่วประเทศอีก 5 แห่ง เพื่อสนับสนุนการตีตลาดเชิงรุกในประเทศพัฒนาแล้วอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และอเมริกา

ขณะที่ปัจจัยหนุนสำคัญจากจำนวนประชากรที่เยอะสุดในอาเซียน ส่งผลให้ คิเมียร์ ฟาร์มา มีศักยภาพในการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยเงินสดในมือกว่า 1.98 แสนล้านรูเปียห์ ประกอบกับการเติบโตรายได้และกำไรเฉลี่ยมากกว่า 10% ต่อปี โดยมีรายได้ในปี 2015 อยู่ที่ 4.86 หมื่นล้านรูเปียห์ และยอดกำไรสุทธิที่ 1,530 ล้านรูเปียห์ ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารายได้รวมอยู่ ที่ 6,200 ล้านรูเปียห์ โดยคาดว่าปี 2561 รายได้ของบริษัทจะก้าวกระโดดไปอยู่ที่ 7,100 ล้านรูเปียห์ เติบโตมากถึง 47% เมื่อเทียบกับปี 2559 พร้อมกับได้แรงหนุนจากการเติบโตของตลาดเฮลท์แคร์ในอินโดนีเซียเฉลี่ยปีละ 13% ด้วยมูลค่าในแต่ละปีที่ไม่ต่ำกว่า 1.61 แสนล้านบาท รวมถึงรายได้ชนชั้นกลางที่เพิ่มสูงขึ้นยังหนุนให้ดีมานด์ในประเทศพุ่งทะยานต่อเนื่อง จนรัฐบาลอินโดนีเซียต้องจัดสรรงบประมาณสำหรับด้านสาธารณสุขปีนี้ไว้สูงถึง 1.06 ล้านล้านรูเปียห์

ทั้งนี้ รัสดี ได้วางแผนปั้นบริษัทให้ขึ้นแท่นผู้นำด้านการแพทย์ในอนาคตด้วยการจับมือกับกลุ่มทุนเกาหลีทุ่มเงินกว่า 2,500 ล้านบาท ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตสารเคมีส่วนผสมยา หรือเอพีไอ เป็นเจ้าแรกในอินโดนีเซีย เพื่อรองรับดีมานด์ตลาด หวังเพิ่มกำลังผลิตขึ้น 3 เท่า จาก 1,000 ล้านเม็ด/ปี เป็น 3,000 ล้านเม็ด/ปี ควบคู่ไปกับการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านยาที่มีส่วนผสมสมุนไพรเพื่อยกระดับแบรนด์ตีตลาดส่งออกระดับบน

โดยปัจจุบันบริษัทกำลังก่อสร้างโรงงานผลิตเกลือทางการแพทย์เพื่อต่อยอดไลน์สินค้าเฮลท์แคร์ ตลอดจนรุกตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ทั้งเครื่องดื่มวิตามิน เกลือแร่สำหรับนักกีฬา ตลอดจนเวชภัณฑ์สมัยใหม่ และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น คาดว่ากำลังการผลิตในช่วงเริ่มต้นจะอยู่ที่ 3,000 ตัน/ปี ก่อนพัฒนาเป็น 6,000 ตัน/ปี ภายในช่วง 2 ปีนับจากนี้

สำหรับเคล็ดลับความสำเร็จของการเป็นผู้บริหารนั้นไม่มีทฤษฎีตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความมุมานะของแต่ละคนโดยเฉพาะบริษัทรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้องกับเงินภาษีของประชาชน ส่งผลให้ความซื่อสัตย์ต้องมาเป็นอันดับแรก 

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ