
กสิกรฯ ใช้ฟินเทคมุ่ง CLMV
เริ่มเจาะตลาดอี-เพย์เมนต์ก่อนแต่ยังปักธงขอใบอนุญาตเปิดสาขาใน 3 ประเทศธนาคารกสิกรไทยเล็งใช้ฟินเทค เจาะตลาดซีแอลเอ็มวี ชี้วิธีเปิดสาขาใน 3 ประเทศอาเซียนไม่ง่าย นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (เคบีทีจี) เปิดเผยว่า ธนาคารจะจับคู่กับพันธมิตรกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ในด้านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) โดยกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีโอกาสมหาศาล ด้วยจำนวนประชากรและคนวัยทำงานที่มีมากกว่าไทย“การขยายธุรกิจไปกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีในรูปแบบเดิม ธนาคารต้องมีใบอนุญาต แต่ฟินเทคไม่ต้องมีใบอนุญาต ระยะต่อไป เคแบงก์จะเป็นฟินเทคในกลุ่มประเทศเหล่านี้” นายธีรนันท์ กล่าวนายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการหาโอกาสปักธงธุรกิจใน 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมีเป้าหมายสูงสุดต้องการมีใบอนุญาตเปิดสาขาธนาคารต่างชาติ เพื่อให้บริการทางการเงินได้เต็มรูปแบบ แต่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงินข
เริ่มเจาะตลาดอี-เพย์เมนต์ก่อนแต่ยังปักธงขอใบอนุญาตเปิดสาขาใน 3 ประเทศ
ธนาคารกสิกรไทยเล็งใช้ฟินเทค เจาะตลาดซีแอลเอ็มวี ชี้วิธีเปิดสาขาใน 3 ประเทศอาเซียนไม่ง่าย
นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย และประธานกสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (เคบีทีจี) เปิดเผยว่า ธนาคารจะจับคู่กับพันธมิตรกลุ่มเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) เพื่อขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) ในด้านระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) โดยกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีโอกาสมหาศาล ด้วยจำนวนประชากรและคนวัยทำงานที่มีมากกว่าไทย
“การขยายธุรกิจไปกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีในรูปแบบเดิม ธนาคารต้องมีใบอนุญาต แต่ฟินเทคไม่ต้องมีใบอนุญาต ระยะต่อไป เคแบงก์จะเป็นฟินเทคในกลุ่มประเทศเหล่านี้” นายธีรนันท์ กล่าว
นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างการหาโอกาสปักธงธุรกิจใน 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ เมียนมา อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยมีเป้าหมายสูงสุดต้องการมีใบอนุญาตเปิดสาขาธนาคารต่างชาติ เพื่อให้บริการทางการเงินได้เต็มรูปแบบ แต่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่กำกับดูแลสถาบันการเงินของประเทศนั้นๆ ที่เปิดโอกาสแบบใด
อย่างไรก็ตาม นอกจากการขยายเครือข่ายผ่านรูปแบบเครือข่ายและสาขาแล้ว ยังมองถึงดิจิทัลแพลตฟอร์มในการพัฒนาตลาดการเงินในประเทศเป้าหมายด้วย เพราะแค่เปิดสาขาอาจไม่ทันเทคโนโลยีและการแข่งขันที่เปลี่ยนไป
ทั้งนี้ ปัจจุบัน 3 ประเทศมีกฎระเบียบด้านการเงินที่เข้มงวด และอยู่ระหว่างยกระดับระบบการเงินให้มีเสถียรภาพ หากแล้วเสร็จ เชื่อว่าจะเห็นความชัดเจนว่าจะเข้าไปทำธุรกิจรูปแบบใด เบื้องต้นคาดว่าภายใน 2 ปีจะได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจการเงินอย่างใดอย่างหนึ่งครบทั้ง 3 ประเทศ จากปัจจุบันธนาคารกสิกรไทย มีสำนักงานตัวแทนที่เมียนมา ส่วนเวียดนามและอินโดนีเซีย มีพันธมิตรท้องถิ่น
สำหรับในเมียนมา กำลังรอให้ทางการเมียนมาเปิดให้ใบอนุญาตเปิดสาขาต่างประเทศรอบที่ 3 อาจจะใน 1-2 ปีข้างหน้า เพราะเมียนมาอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายการทำธุรกิจต่างชาติ ที่รวมถึงสถาบันการเงินด้วย ส่วนอินโดนีเซีย ธนาคารมีพันธมิตรทางธุรกิจ คือ Bank Central Asia (BCA) และทางการของอินโดนีเซียอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างสถาบันการเงินในประเทศ และเปิดให้ธนาคารต่างชาติซื้อกิจการธนาคารท้องถิ่นได้ ด้วยการกำหนดเงื่อนไขการเข้าถือหุ้น ซื้อ 1 แบงก์ ถือหุ้นได้ 20% แต่หากซื้อ 2 แบงก์ จะให้สัดส่วนการถือหุ้น 60%
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกสิกรไทยมองว่า เงื่อนไขการซื้อธนาคารท้องถิ่นยังไม่สอดคล้องความต้องการ เพราะอยากมีสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ แต่หากซื้อ 2 แบงก์ต้องใช้ทุนจำนวนมาก







