
ตลาดเตรียมสำหรับโอกาส เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค.
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.95-35.25 ในสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดในปัจจุบันคือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในการประชุมเดือน มี.ค. ซึ่งมีสมาชิกเฟดหลายสาขาต่างออกมาให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เห็นโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้มากขึ้น เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีตามคาดการณ์ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคที่ขยับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นในสัปดาห์หน้าตลาดจะรอตัวเลขสำคัญของสหรัฐ อย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ที่ตลาดมองว่าจะออกมาดี และทำให้เฟดมีโอกาสมากที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน มี.ค. นอกจากนี้ ทางฝั่งสหรัฐจะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชน ค่าจ้างแรงงานและประสิทธิภาพแรงงาน และยอดสินค้าคงคลัง อีกทั้งในสัปดาห์หน้าทางฝั่งยุโรปจะมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป อีซีบี ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการเข้าซื้อสินทรัพย์ใต้โปรแกรม QE เท่าเดิม ในฝั่งเอเชียเอง รัฐบาลจีนจะมีการประกาศตัวเลขเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2017ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 34.89 ก่อนที่จะปรับอ่อนค่า
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย มองว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.95-35.25 ในสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยที่ตลาดให้น้ำหนักมากที่สุดในปัจจุบันคือการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในการประชุมเดือน มี.ค. ซึ่งมีสมาชิกเฟดหลายสาขาต่างออกมาให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันในสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เห็นโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้มากขึ้น เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีตามคาดการณ์ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อจากราคาผู้บริโภคที่ขยับเข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้น
ในสัปดาห์หน้าตลาดจะรอตัวเลขสำคัญของสหรัฐ อย่างการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ที่ตลาดมองว่าจะออกมาดี และทำให้เฟดมีโอกาสมากที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน มี.ค. นอกจากนี้ ทางฝั่งสหรัฐจะมีการประกาศตัวเลขการจ้างงานในภาคเอกชน ค่าจ้างแรงงานและประสิทธิภาพแรงงาน และยอดสินค้าคงคลัง อีกทั้งในสัปดาห์หน้าทางฝั่งยุโรปจะมีการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป อีซีบี ที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการเข้าซื้อสินทรัพย์ใต้โปรแกรม QE เท่าเดิม ในฝั่งเอเชียเอง รัฐบาลจีนจะมีการประกาศตัวเลขเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2017
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 34.89 ก่อนที่จะปรับอ่อนค่าลงตลอดสัปดาห์ โดยเราเห็นการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปของค่าเงินบาทหลังจากตลาดกลับมามองการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในเดือน มี.ค.เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีการให้ความคิดเห็นของสมาชิกเฟดหลายคนที่ออกมาคล้ายกัน โดยมองเห็นโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้
โดยมองว่าโอกาสการขึ้นในเดือน มี.ค. ยังคงมีอยู่เช่นกัน ซึ่งคอมเมนต์ที่มีทิศทาง Hawkish มากขึ้นทำให้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุล และทำให้ตลาดมองโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 30% ขึ้นมาอยู่ที่ 86% ในวันพฤหัสบดี นอกจากเรื่องของเฟดเองแล้ว ดูเหมือนตลาดจะลดความสำคัญของคำแถลงการณ์ของทรัมป์ลงมา โดยตลาดค่าเงินไม่ได้ตอบรับกับแถลงของทรัมป์ต่อสภาคองเกรสมากนัก โดยการแถลงของทรัมป์ต่อสภายังคงไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับนโยบายการคลังที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดภาษีสำหรับนิติบุคคลที่ตลาดจับตา นอกจากนี้ ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดถึงแผนการลงทุนเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่อ่อนลงของทรัมป์ต่อมาตรการกีดกันผู้อพยพชาวมุสลิมและการกีดกันทางการค้าต่างๆ ก็ส่งสัญญาณบวกมากขึ้นต่อตลาด ทั้งนี้ บาทอ่อนค่าลงมาปิดตลาดที่ 35.06 (ณ วันศุกร์ที่ 3 มี.ค.)
ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.0560 โดยปรับอ่อนค่าลงในสัปดาห์ เนื่องจากดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับหลายสกุลหลังตลาดกลับมาให้น้ำหนักกับเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเดือน มี.ค.มากขึ้น โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมามีความคิดเห็นจากสมาชิกเฟดหลายคน ที่มองว่าควรจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ในเร็วๆ นี้ เนื่องจากเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจต่างๆ ออกมาดีและเข้าใกล้เป้าหมายของเฟดมากขึ้นเรื่อยๆ
อย่างล่าสุด ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อผู้บริโภคของสหรัฐก็เร่งตัวขึ้น ทั้งนี้ ด้านเศรษฐกิจของยูโรโซนก็ปรับดีขึ้นเช่นกัน โดยอัตราเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยขึ้นมาอยู่ที่ 2% เท่ากับเป้าหมายของธนาคารกลาง สะท้อนให้เห็นว่าภาพเศรษฐกิจของยูโรโซนก็ปรับดีขึ้น ส่งผลให้ยูโรแข็งค่าขึ้นมาเล็กน้อยในวันสุดท้ายของสัปดาห์ และมาปิดตลาดที่ 1.0520 (ณ วันศุกร์ที่ 3 มี.ค. เวลา 17.20 น.) ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 112.07 และปรับอ่อนค่าตลอดสัปดาห์ หลังจากที่ดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้นเนื่องจากตลาดกลับมามองเห็นโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค.มากขึ้น ซึ่งความน่าจะเป็นในการขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับ 90% โดยปรับขึ้นตลอดสัปดาห์จากคอมเมนต์ของสมาชิกเฟดที่มองเห็นโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยเยนเคลื่อนไหวเหมือนค่าเงินอื่นๆ ในตลาดตามเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น ทั้งนี้ เยนอ่อนค่ามาปิดตลาดที่ 114.28 (ณ วันศุกร์ที่ 3 มี.ค.)
ตลาดพันธบัตรหุ้นกู้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารที่ AAA ออกและเสนอขาย อายุ 3 ปี 3 เดือน มูลค่า 3,300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.29% และอายุ 4 ปี มูลค่าที่เสนอขาย 3,200 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.48% หุ้นกู้ของบริษัท ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น อันดับความน่าเชื่อถือที่ BBB+ อายุ 1 ปี มูลค่าที่เสนอขาย 2,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% และอายุ 1.2 ปี มูลค่าที่เสนอขาย 4,700 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.10% บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ A- มูลค่าที่เสนอขายทั้งหมด 1.5 หมื่นล้านบาท
สิ้นสุดสัปดาห์อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 3, 5 และ 10 ปี อยู่ที่ 1.76% 2.20% และ 2.78% ส่วนของหุ้นกู้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA รุ่นอายุ 3 ปี อยู่ที่ 2.28% คิดเป็น Spread 52 bps และรุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 3.32% คิดเป็น Spread 66 bps







