posttoday
รัสเซียยอมคืนหนี้ข้าวไทยให้เลือกรับเงินต้นสินค้า

รัสเซียยอมคืนหนี้ข้าวไทยให้เลือกรับเงินต้นสินค้า

07 กันยายน 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — ชง ครม. แก้ปัญหารัสเซียค้างหนี้ข้าวไทย 36 ล้านเหรียญสหรัฐเลือกรับสินค้าแทน หรือเอาแค่เงินต้นคืน ดอกเบี้ยหาย

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์เปิดเผยว่า จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาแนวทางชำระหนี้ค่าข้าวของรัสเซียที่ค้างไทยมาตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ 1.ชำระคืนด้วยสินค้า โดยขยายข้อตกลงออกไป 5 ปี จากวันที่ 22 ต.ค. 255121 ต.ค. 2556 ยอดหนี้เท่ากับ 41 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเงินต้น 36 ล้านเหรียญสหรัฐ และดอกเบี้ย 4.62 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ดอกเบี้ยช่วงต่อเวลาไม่ให้คิด เมื่อฝ่ายไทยตกลงซื้อขายสินค้ากับรัสเซียได้ให้แจ้งรัฐบาล โดยรัฐบาลรัสเซียจะชำระค่าสินค้าให้เอง ถ้าถึงกำหนดยังมียอดหนี้เหลือจะชำระส่วนที่เหลือเป็นเงินสด หรือ 2.ชำระหนี้ค่าข้าวเฉพาะเงินต้น 36.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายใน 30 วัน หลังลงนามข้อตกลงปรับเงื่อนไขชำระหนี้

สำหรับทั้งสองแนวทางเป็นการปรับเงื่อนไขจากสัญญาเดิมที่มีอยู่ก่อนตั้งแต่ปี 2550 ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าทางเลือกรับเงินสดทันทีจะให้ประโยชน์สูงสุด เพราะที่ผ่านมาทั้งสองฝ่ายไม่เคยสามารถตกลงเลือกสินค้า ราคา หรือบริษัทที่ยินยอมผลิตสินค้า เพื่อส่งมอบให้ไทยที่เหมาะสมได้

ขั้นตอนการดำเนินการ เมื่อ ครม.ให้ความเห็นชอบจะมอบหมายให้ รมว.พาณิชย์ ลงนามในข้อตกลงปรับปรุงเงื่อนไขการชำระหนี้ หากเลือกให้ชำระเงินสด ประเทศไทยจะได้รับเงินภายใน 30 วัน หลังจากลงนามและกระทรวงพาณิชย์จะนำส่งเข้าคลังเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

ขณะที่หนี้ข้าวดังกล่าวรัสเซียซื้อข้าวจากไทยตั้งแต่ปี 2533 จำนวน 2 แสนตัน เป็นเงินเชื่อ สัญญาชำระ 2 ปี หรือเดือน มี.ค. 2536 จ่ายดอกเบี้ย 4% ต่อปี มูลค่าประมาณ 60 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งมอบเดือน ม.ค. 2534 แต่ผ่อนชำระได้เพียง 3.4 ล้านเหรียญ สหรัฐ สหภาพโซเวียตรัสเซียก็ล่มสลายแต่ก็ได้พยายามจะชดใช้หนี้ให้ โดยได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ ในปี 2537 และได้ผ่อนชำระให้จนถึงเดือนก.ค.2541 รวมเป็นเงิน 39.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงนั้นรัสเซียประสบปัญหาทางการเงินจึงหยุดชำระหนี้ รัฐบาลไทยได้ไปเจรจาปรับโครงสร้างหนี้อีกครั้ง โดยทำเอ็มโอยูใหม่ ในปี 2546 โดยรัสเซียจะจ่ายเงินต้น 36.44 ล้านเหรียญสหรัฐ และดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี โดยมีเงื่อนไขว่ารัสเซียจะชำระเป็นสินค้า โดยให้ฝ่ายไทยเลือกและตกลงกับผู้ผลิตของรัสเซียและชำระค่าสินค้าโดยหักจากหนี้ข้าว

++ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา ฝ่ายไทยพยายามจะซื้อสินค้าหลายครั้ง แต่ไม่สามารถตกลงได้ เพราะข้อจำกัดของทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายไทยมีข้อจำกัดว่าหน่วยงานที่จะซื้อต้องตั้งงบประมาณไว้ก่อนจึงจะไปทำสัญญาซื้อได้ ซึ่งต้องตั้งงบประมาณล่วงหน้าจึงไม่สามารถดำเนินการได้ ส่วนฝ่ายรัสเซียเมื่อฝ่ายไทยแจ้งรายการสินค้าที่ต้องการไปก็ไม่สามารถตกลงกับบริษัทภายในได้ จึงทำให้ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถดำเนินการตามเงื่อนไขของเอ็มโอยูปี 2546 ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท