posttoday
คมนาคมชงครม.วันนี้ กู้1.3หมื่นล.แก้รถไฟ

คมนาคมชงครม.วันนี้ กู้1.3หมื่นล.แก้รถไฟ

07 กันยายน 2553

 

 

ชงครม.กู้เงินจีน 1.36 หมื่นล.สังคายนารถไฟ  คลังสบน.ชี้ดอกเบี้ยสูงเงื่อนไขผูกมัดหวั่นเสียเปรียบ

โพสต์ทูเดย์ — คมนาคมเสนอ ครม. 7 ก.ย. พิจารณาเงินกู้ 1.36 หมื่นล้านบาท จากจีน นำมาพัฒนาระบบราง ตามแผนแก้ปัญหาของ ร.ฟ.ท.

รายงานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 ก.ย. ว่า กระทรวงคมนาคมจะเสนอแนวทางและนโยบายการกู้เงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 13,671 ล้านบาท จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน เพื่อนำมาพัฒนาระบบรถรางตามแผนของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ให้ ครม. เพื่อพิจารณา

สำหรับเงินกู้ดังกล่าวมีอายุ 15 ปี ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ระยะเวลาปลอดหนี้ 5 ปี มีค่าธรรมเนียมเงินกู้ 0.5% ต่อปี ของวงเงินที่ไม่ได้เบิกจ่าย และค่าธรรมเนียมการจัดการ 0.5% ต่อปี ของวงเงิน และต้องจ่ายคืนเงินต้นเป็นเงินเหรียญสหรัฐปีละ 2 ครั้ง

การกู้เงินครั้งนี้จะนำไปปรับปรุงระบบรางของไทย ดังนี้ คือ 1.โครงการจัดหารถจักรดีเซลไฟฟ้า พร้อมอะไหล่ เพื่อทดแทนรถจักร GE ที่มีอายุใช้งานมากกว่า 45 ปี จำนวน 50 คัน มูลค่าโครงการราว 195 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,562.25 ล้านบาท 2.โครงการปรับปรุงระบบรางสายประธาน (รางหมอน ประแจ สะพาน และคอนกรีตอัดแรงที่ทางจัดผ่านเสมอระดับ) ช่วงพิษณุโลกเชียงใหม่ มูลค่าโครงการราว 132 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,428 ล้านบาท และ 3.โครงการปรับปรุงระบบรางสายประธาน ช่วงทุ่งสง ชุมทางหาดใหญ่ มูลค่าโครงการราว 80 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,680.8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในสัญญาการกู้เงินจีนได้กำหนดเงื่อนไขการกู้เงิน ไทยต้องซื้อสินค้าจากจีนไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงินกู้ ขณะที่ทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) แสดงความ กังวลเรื่องการสั่งซื้อสินค้าจากจีนที่เป็นการผูกมันฝ่ายไทยมากไป จึงส่งหนังสือขอเจรจากับธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน เพื่อแก้ไขร่างกรอบความตกลงดังกล่าวไปแล้ว 3 ครั้ง เพราะเกรงว่าไทยจะเสียเปรียบเพราะเป็นสัญญาผูกมัด

ขณะที่กระทรวงการคลังได้ตั้งข้อสังเกต ว่าข้อตกลงการกู้เงินทั้งหมดระหว่างไทยและจีนยังไม่อาจตกลงเพราะยังไม่มีข้อสรุปร่วมกัน และการที่ไทยต้องซื้อสินค้าจากจีนไม่ต่ำกว่า 50% นั้น ถือว่าไม่สอดคล้องกับนโยบายของรับาลในการกระตุ้นการจ้างงานและการลงทุนภายในประเทศภายใตสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบัน

สำหรับผลการเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยกับแหล่งเงินกู้อื่นๆเมื่อสวอฟ(Swap)เป็นเงิน บาทแล้ว เงินกู้จากจีนถือเป็นอัตราที่สูงกว่าการกู้จากแหล่งอื่น ดังนี้คือ แหล่งเงินกู้จากธนาคารโลก อัตราดอกเบี้ย 5.05% ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) อัตราดอกเบี้ย 3.74% องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น (JICA) อัตราดอกเบี้ย 3.61% พันธบัตรไทยอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.08% และพันธบัตรอายุ 15 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.31% และเงื่อนไขการกู้ของจีนยังผูกผันไม่สามารถเจรจาได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ