posttoday
กลยุทธ์ทางธุรกิจสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

กลยุทธ์ทางธุรกิจสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้

07 กันยายน 2553

.....ริต้า ทัพมาน

.....ริต้า ทัพมาน

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า งาน The World Exposition Shanghai China 2010 ที่จัดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากผู้คนทั่วโลก และส่งผลที่ดีต่อเศรษฐกิจของประเทศจีนอย่างมหาศาล

และหากอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานดังกล่าวตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้กล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานั้น ภาคธุรกิจก็ต้องเตรียมตัวตั้งรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา

วันนี้จึงขอพูดถึงการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการกำหนดทิศทางของธุรกิจว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยหยิบยกแนวทางการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจดังกล่าวมาจากเว็บไซต์ Siaminfobiz

โดยทั่วไปการวิเคราะห์ SWOT ของบริษัท จะเป็นสิ่งที่กระทำกันในลำดับต้นในหลายๆ ธุรกิจ ทั้งนี้เพื่อศึกษาถึงผลกระทบที่จะมีต่อธุรกิจทั้งในทางบวกและทางลบนั่นเอง

หลังจากวิเคราะห์ SWOT Analysis แล้ว ก็ต้องมากำหนด Mission หรือก็คือทิศทางของธุรกิจในอนาคต กำหนด วัตถุประสงค์ (Objectives) และกลยุทธ์ (Strategies) และค่อยกำหนดแผน Operational Plan (แผนปฏิบัติการ)

โดยในการกำหนดกลยุทธ์นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 แนวทาง คือ

1.Stability Strategies เป็นการดำเนินกลยุทธ์ที่มีวัตถุประสงค์ที่จะคงธุรกิจเดิมเอาไว้ หรือก็คือ ธุรกิจจะยังคงขายสินค้าเดิม บริการเดิม ในตลาดเดิม และบริหารด้วยโครงสร้างเดิม

การเน้นกลยุทธ์นี้ จึงหมายถึงการพัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่หวือหวา โดยเน้นในสิ่งที่ตนชำนาญ และมีความได้เปรียบในเชิงแข่งขัน มักจะเป็นธุรกิจที่ดี อยู่ในช่วง Mature Stage ซึ่งธุรกิจไม่ได้ทำกำไรหวือหวา แต่จะเป็นการทำกำไรอย่างต่อเนื่องและมั่นคง (Cash Cow) โดยเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มผลกำไร

2.Expansion Strategies เป็นการดำเนินกลยุทธ์ที่ต้องการขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ มีการขยายสายการผลิตใหม่ ขยายตลาด และขยายแนวทางในการบริหาร โดยตั้งอยู่บนฐานเดิม แต่มีการเพิ่มองค์ประกอบใหม่ๆ เช่นธุรกิจของซีพี ซึ่งเลี้ยงไก่ขายก็ขยายมาผลิตอาหารสัตว์เพื่อใช้เอง และขายให้บุคคลภายนอก เป็นต้น โดยธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์นี้มักจะเป็นประเภทที่อยู่ในขั้น Emerging Market ซึ่งเปิดโอกาสให้มีอัตราการเติบโตที่สูง

3.Retrenchment Strategies หมายถึง การลดขนาดของธุรกิจหรือเลิกธุรกิจ ซึ่งครอบคลุมการลด หรือเลิกสายการผลิต หรือบริการ ลดตลาดและกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่ขายบริษัทลูกบางบริษัทออกไป

กลยุทธ์นี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่มีความยากลำบากในการดำเนินงานมากที่สุด เพราะมักจะถูกมองว่า ธุรกิจกำลังล้มละลาย จึงมักจะเกิดในช่วงวิกฤตที่ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

ซึ่งในความเป็นจริง ธุรกิจที่ใช้กลยุทธ์นี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ในช่วงวิกฤต แต่เป็นการเน้นการถดถอยในบางจุดเพื่อทุ่มเทกับจุดอื่น ที่จะเพิ่มผลตอบแทน และถือว่าเป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันด้วยซ้ำ

4.Combination Strategies เป็นการดำเนินมาตรการ หรือกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้านข้างต้น โดยนำมาผสมผสานกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะของธุรกิจ โดยอาจจะเน้นการขยายตัวของผลิตภัณฑ์หรือตลาดหนึ่ง แต่ลดหรือถอนผลิตภัณฑ์ในอีกตลาดก็ได้ เช่น สินค้าบางตัวขายดี ก็ใช้กลยุทธ์ขยายตัว

ส่วนในขณะที่สินค้าบางตัวขายไม่ดีนัก ก็อาจจะยกเลิกสายการผลิตนั้น เป็นต้น โดยกลยุทธ์นี้มักจะใช้กับธุรกิจที่มีสินค้าหลากหลาย หรือมีตลาดหลากหลายที่จะเปิดโอกาสให้มีการผสมผสานกลยุทธ์ประเภทต่างๆ เข้าด้วยกัน

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน