posttoday
มาบตาพุด....สำคัญไฉน

มาบตาพุด....สำคัญไฉน

07 กันยายน 2553

...จิตรา อมรธรรม

เมื่อพิจารณาจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด คือ ตลาดหุ้น ดิฉันขอตอบโจทย์ในหัวข้อที่ตั้งไว้ว่า “มาบตาพุดนั้น สำคัญไฉน” โดยหยิบยกปริมาณการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมาให้ดูว่า ทันทีที่คดีมาบตาพุดมีความชัดเจน ต่างชาติซื้อหุ้นไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยวันที่ 31 ส.ค. ที่นายกรัฐมนตรีประกาศ 11 กิจการรุนแรงในมาบตาพุดอย่างเป็นทางการ ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,419 ล้านบาท และเมื่อศาลปกครองกลางมีคำตัดสินอย่างชัดเจน โดยผลออกมาดีใกล้เคียงกับที่หลายฝ่ายคาดการณ์ในวันที่ 2 ก.ย. ต่างชาติซื้อสุทธิอีก 3,283 ล้านบาท ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมา (30 ส.ค.3 ก.ย.) ต่างชาติซื้อสุทธิถึง 9,298 ล้านบาท เป็นสัปดาห์ที่ซื้อมากที่สุดในรอบ 1 ปี เมื่อรวมกับวันที่ 6 ก.ย. ที่ซื้อสุทธิอีก 3,252 ล้านบาท ทำให้ยอดสะสมทั้งปีเป็นการซื้อสุทธิ 14,589 ล้านบาท (ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 ก.ย. 2553)

คำตัดสินของศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา เป็นบวกต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและโครงการที่ถูกระงับโครงการชั่วคราว เพราะมีโครงการที่อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพียง 2 ในทั้งหมด 76 โครงการ ขณะที่อีก 74 โครงการ ไม่ได้มีชื่ออยู่ใน 11 ประเภทโครงการที่รุนแรงตามประกาศของรัฐบาล ซึ่งก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำรายงาน EIA และ HIA (แต่ส่วนใหญ่ทำเผื่อไปแล้ว) โครงการทั้ง 74 แห่ง จึงสามารถขอใบอนุญาตในการประกอบกิจการจากภาครัฐเพื่อเปิดดำเนินการได้ทันที ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 12 เดือนข้างหน้า (ประมาณเดือน ธ.ค. หรืออย่างช้าเดือน ม.ค. ปีหน้า) จึงจะเริ่มผลิตในเชิงพาณิชย์ได้ โครงการที่อยู่ในข่ายปลอดภัยนี้ ได้แก่ PTT, SCC, PTTCH (รอด 4 ใน 5 โครงการ) GLOW, VNG, HEMRAJ

สำหรับ 2 โครงการ ที่อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาต ได้แก่ โครงการส่วนขยายกำลังการผลิตโมโนเอทิลีนไกลคอล (MEG) กำลังการผลิต 9.5 หมื่นตัน/ปี (กำลังผลิตปัจจุบัน 3 แสนตัน/ปี) ของ PTTCH มูลค่าโครงการ 58 ล้านเหรียญสหรัฐ และโครงการขยายกำลังการผลิตไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ (VCM 1+2) กำลังผลิต 9 หมื่นตัน/ปี (กำลังผลิตปัจจุบัน 5 แสนตัน/ปี) ของ TPC ซึ่งเป็นเพียงโครงการขนาดเล็ก มีผลกระทบต่อกำไรเพียงเล็กน้อย ทั้งสองโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ คือ จัดทำ EIA และ HIA ให้เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 67 เดือนกว่าจะเริ่มผลิตได้ อย่างไรก็ตามทั้งสองโรงการดังกล่าวเป็นเพียงส่วนต่อขยาย ไม่ใช่โครงการหลัก จึงมีผลกระทบจำกัดต่อภาพรวมของบริษัท แต่นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น PTTCH ช้ากว่า SCC และ PTT ที่โครงการไม่มีปัญหา

หลังจากที่คดีมาบตาพุดมีความชัดเจน ไม่เพียงแต่บริษัทที่อยู่ใน 74 โครงการ จะได้รับประโยชน์โดยตรง แต่บริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องทางอ้อม (กลุ่มนิคมฯ กลุ่มรับเหมาที่ได้งานก่อสร้างในมาบตาพุด และวัสดุ) ก็ได้รับผลบวกไปด้วย เช่น AMATA, ROJNA, TRC, TTCL, TNDT, QLT, UEC, TSTH เป็นต้น

กลุ่มพลังงานที่ Laggard มาทั้งปีจึงเริ่มน่าสนใจขึ้นมาทันทีที่มาบตาพุดมีข้อสรุป เห็นได้จากการปรับตัวขึ้นของตลาดในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มพลังงานรวมถึง SCC นำตลาดอย่างโดดเด่น ในทางตรงกันข้าม หุ้นที่เคย Outperform ก่อนหน้านี้ ให้ระวังการขายทำกำไรหรืออาจเป็นเป้าหมายในการถูก Short Sale เช่น กลุ่มอาหาร (CPF) ค้าปลีก (CPALL) ธนาคาร (KBANK, BBL, KTB) รวมทั้งหุ้นขนาดกลางเล็ก ก็อาจลดความน่าสนใจลงไปในระยะนี้ ไม่ว่าจะเป็น TMB, BTS, JAS, TRUE, LOXLEY เป็นต้น

ความที่เราไม่ได้เห็นดัชนีระดับ 930 จุด ในรอบเกือบ 14 ปีมานี้ นักลงทุนจึงยังกล้าๆ กลัวๆ แต่ขอเรียนว่า การปรับตัวขึ้นของดัชนีบ้านเราเป็นไปในทิศทางเดียวกับเพื่อนบ้าน เราไม่ได้โดดเดี่ยวค่ะ เพียงแต่ค่อนไปทางดีกว่า และเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดของแต่ละตลาดในช่วงก่อนเกิด Subprime ปี 2550 พบว่ามีเพียงตลาดหุ้นไทยและอินโดนีเซียที่ทำลายสถิติเดิมไปเรียบร้อย แต่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียแซงหน้าเราไปไกลมากแล้ว โดยสูงกว่า High เดิมถึง 13% ในขณะที่ดัชนีหุ้นไทยเพิ่งจะสูงกว่า High เดิมที่ 924.70 จุด เพียง 0.7% และที่ตามมาติดๆ คือ ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย

จากการคำนวณต้นทุนดัชนีของต่างชาติหลังจากที่เริ่มกลับมาซื้อตั้งแต่เดือน มิ.ย. จนถึงวันที่ 6 ก.ย. พบว่าในรอบนี้ต่างชาติมีต้นทุนอยู่ที่ดัชนีเท่ากับ 881 จุด เทียบกับดัชนีปิดวันที่ 6 ก.ย ที่ 931.52 จุด เท่ากับต่างชาติมีกำไร 5.7% บวกค่าเงินบาทที่แข็งค่าอีก 4.2% รวมเป็นกำไรแล้ว 10% แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรีบขาย เพราะการปรับตัวของดัชนีที่ผ่านมา ต่างชาติจะขายปรับพอร์ตแบบจบรอบก็ต่อเมื่อมีกำไรไม่ต่ำกว่า 20% ในแต่ละรอบ สมมติค่าเงินบาทไม่เปลี่ยนแปลง เป้าหมายในการขายทำกำไรรอบนี้ของต่างชาติจึงน่าจะอยู่ที่ 1,020 จุด (อีก 10% จากระดับปัจจุบัน) แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าอย่างเร็ว เป้าหมายในการทำกำไรก็อาจเร็วขึ้น!!

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน