
กสิกรฯเปิดชำระเงินเออีซี+3ช่วยลดต้นทุนลูกค้าปีละ1.2หมื่นล้าน
กสิกรไทยเปิดชำระค่าสินค้า 13 สกุลเงินเออีซีบวกสามเป็นแบงก์แรก ลดต้นทุนลูกค้าลด 1.2 หมื่นล้าน/ปี หนุนแบงก์ขึ้นชั้นฮับเพย์เมนต์ในภูมิภาค
กสิกรไทยเปิดชำระค่าสินค้า 13 สกุลเงินเออีซีบวกสามเป็นแบงก์แรก ลดต้นทุนลูกค้าลด 1.2 หมื่นล้าน/ปี หนุนแบงก์ขึ้นชั้นฮับเพย์เมนต์ในภูมิภาค
นายภัทรพงศ์ กัณหสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้พัฒนาบริการโอนเงินและรับเงินโอนชำระค่าสินค้าและบริการด้วยทุกสกุลเงินในภูมิภาคอาเซียนบวก 3 (จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) เป็นธนาคารแรกในไทย ผ่านศูนย์บริการธุรกิจระหว่างประเทศและสาขาของธนาคารกสิกรไทย เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจในกลุ่มอาเซียนบวก 3 มากขึ้น เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรม ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเงินผ่านหลายสกุล ทำให้ลดต้นทุนในการทำธุรกรรมได้ 8,000-1.2 หมื่นล้านบาท/ปี
นอกจากนี้ ยังเพิ่มทางเลือกในการหาคู่ค้าในท้องถิ่นได้มากขึ้น เนื่องจากคู่ค้าในประเทศอาเซียนบวก 3 หลายรายจะซื้อขายด้วยสกุลเงินท้องถิ่นของประเทศตนเองเท่านั้น โดยธนาคารกสิกรไทย คาดว่า จะมีปริมาณธุรกรรมการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยสกุลเงินอาเซียนบวก 3 ผ่านธนาคาร 2.8 แสนล้านบาท/ปี เติบโต 11%
อย่างไรก็ดี ยอมรับว่า ลูกค้ายังชินกับรูปแบบการชำระเงินแบบเดิมที่ผ่านสกุลเงินหลักของโลก ได้แก่ เงินเหรียญสหรัฐ ปอนด์สเตอร์ลิง ยูโร และเยน ซึ่งปัจจุบันทั้ง 4 สกุลมีสัดส่วน 84% ของการชำระเงินทั้งหมด จึงต้องใช้เวลาเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นถึงข้อดีของการชำระเงินสกุลท้องถิ่นที่สะดวกและต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งจากการที่ภาครัฐในกลุ่มอาเซียนผลักดันให้ค้าขายด้วยเงินสกุลท้องถิ่นมากขึ้น ส่งผลให้การใช้เงินสกุลท้องถิ่นในการค้าระหว่างไทยกับประเทศอาเซียนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปี ที่ผ่านมา จาก 16% ของมูลค่าการค้าในปี 2555 เป็น 22% ในปี 2559
สำหรับการใช้เงินสกุลภูมิภาคชำระเงินระหว่างกันเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของธนาคารกสิกรไทย พบว่า ลูกค้าใช้เงินสกุลหยวนเติบโต 96% สกุลริงกิตมาเลเซียเติบโต 130% สกุลรูเปียห์ของอินโดนีเซีย เติบโต 120% สกุลเปโซของฟิลิปปินส์เติบโต 112% ส่งผลให้ธนาคารกสิกรไทยมีสัดส่วนการใช้เงินสกุลท้องถิ่นเติบโตถึง 15% จากทั้งระบบที่โต 6%
ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าหมายเป็นธนาคารศูนย์กลางการชำระเงินระหว่างธนาคารในภูมิภาค โดยวางโครงสร้างสำหรับการชำระเงินในภูมิภาคอาเซียนบวก 3 พร้อมทั้งจับมือกับพันธมิตรทั้งกับภาครัฐและเอกชนต่างประเทศกว่า 70 ราย โดยมีแผนใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการสร้างช่องทางการชำระเงินระหว่างประเทศ เช่น การเพิ่มช่องทางการโอนเงินระหว่างประเทศผ่านแอพพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าสามารถโอนเงินเข้าบัญชีของวิง (Wing) ที่ประเทศกัมพูชาได้
นายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทยตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการชำระเงินระหว่างธนาคารในภูมิภาค (Regional Settlement Bank) เพื่อรองรับการค้าระหว่างประเทศของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและกลุ่มประเทศบวก 3 คือ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีปริมาณสูงถึง 66 ล้านล้านบาท/ปี และการค้าภายใน เฉพาะภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่าถึง 20 ล้านล้านบาท ส่งผลให้มีอัตราการ เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ภูมิภาคนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกภูมิภาคหนึ่งของโลก







