
‘เวอร์ทีฟ’ ลั่นรุกไทย-อินโดจีน หลังเปลี่ยนชื่อจากอิเมอร์สันฯ
เวอร์ทีฟ เร่งเครื่องธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์รุกตลาดเกิดใหม่ เล็งปักธงไทย และภูมิภาคอินโดจีนนายพอล เชอร์ชิล รองประธานฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเวอร์ทีฟ เปิดเผยว่า การเปลี่ยนชื่อจากอิเมอร์สัน เนทเวอร์ค พาวเวอร์ เป็นเวอร์ทีฟนั้นเป็นผลมาจากการขายหุ้นให้บริษัท แพลตินัมอีควิตี้ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนลูกค้าไทยให้บรรลุเป้าหมายและวางกลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อการแข่งขันได้ประสบความสำเร็จทั้งนี้ เวอร์ทีฟยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทั่วโลก เป็นพันธมิตรสำหรับผู้ประกอบการด้านศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายการสื่อสาร และบริการระบบบริหารจัดการภาคการพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้การบริหารแบบสแตนด์อะโลนจะทำให้การดำเนินธุรกิจรวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นในการแข่งขันสูง“เวอร์ทีฟในประเทศไทยยังคงการทำตลาดผลิตภัณฑ์และบริการแบบหลากหลายทั้งด้านจัดการการใช้พลังงาน ความร้อน และการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีไอที เหมือนที่เคยดำเนินการภายใต้ชื่อ อิเมอร์สันเนทเวอร์ค พาวเวอร์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์แฟล็กชิปที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม เช่น ASCO® Chloride® Liebert® NetSure และ Trellis” นายเชอร์ชิล กล่าวด้า
เวอร์ทีฟ เร่งเครื่องธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์รุกตลาดเกิดใหม่ เล็งปักธงไทย และภูมิภาคอินโดจีน
นายพอล เชอร์ชิล รองประธานฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเวอร์ทีฟ เปิดเผยว่า การเปลี่ยนชื่อจากอิเมอร์สัน เนทเวอร์ค พาวเวอร์ เป็นเวอร์ทีฟนั้นเป็นผลมาจากการขายหุ้นให้บริษัท แพลตินัมอีควิตี้ โดยบริษัทยังคงเดินหน้าสนับสนุนลูกค้าไทยให้บรรลุเป้าหมายและวางกลยุทธ์ดิจิทัลเพื่อการแข่งขันได้ประสบความสำเร็จ
ทั้งนี้ เวอร์ทีฟยังคงเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมทั่วโลก เป็นพันธมิตรสำหรับผู้ประกอบการด้านศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ เครือข่ายการสื่อสาร และบริการระบบบริหารจัดการภาคการพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้การบริหารแบบสแตนด์อะโลนจะทำให้การดำเนินธุรกิจรวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นในการแข่งขันสูง
“เวอร์ทีฟในประเทศไทยยังคงการทำตลาดผลิตภัณฑ์และบริการแบบหลากหลายทั้งด้านจัดการการใช้พลังงาน ความร้อน และการบริหารจัดการด้านเทคโนโลยีไอที เหมือนที่เคยดำเนินการภายใต้ชื่อ อิเมอร์สันเนทเวอร์ค พาวเวอร์ ซึ่งรวมถึงแบรนด์แฟล็กชิปที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม เช่น ASCO® Chloride® Liebert® NetSure และ Trellis” นายเชอร์ชิล กล่าว
ด้าน นายพิเชฏฐ เกตุรวม ผู้จัดการภูมิภาคอินโดจีน เวอร์ทีฟ กล่าวว่า ประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน ยังเป็นหนึ่งในตลาดที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดสำหรับเวอร์ทีฟในเอเชีย โดยช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีโครงการที่สำคัญๆ เกิดขึ้นทั้งในประเทศและในภูมิภาค ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้ทันการแข่งขัน สร้างความทันสมัยและยกระดับระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ที่เป็นปัจจัยสำคัญเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มความคล่องตัวและเพิ่มประสิทธิภาพ
สำหรับโครงการเด่นๆ เหล่านี้ รวมถึงการสร้างระบบโซลูชั่นส์ศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจรในประเทศเมียนมาและกัมพูชา ตลอดจนโซลูชั่นสำหรับการบริหารจัดการศูนย์ Collocation สนับสนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ รองรับการเติบโตและการจัดการข้อมูลที่เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็วในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอินโดจีน โดยเวอร์ทีฟมีความชำนาญในการสร้างศูนย์ข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์แบบครบวงจรดูแลบริหารจัดการการใช้พลังงานความร้อนและระบบตรวจสอบสำหรับการบริหารและการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว







