
ดันการค้าดิจิทัล2พันล.
ดีอีจับมือ ส.อ.ท.ดันผู้ประกอบการเจาะอี-คอมเมิร์ซ แบบบีทูบี สร้างซัพพลายเชนรายใหญ่กับรายย่อย เกิดมูลค่าการค้า 2,000 ล้าน
ดีอีจับมือ ส.อ.ท.ดันผู้ประกอบการเจาะอี-คอมเมิร์ซ แบบบีทูบี สร้างซัพพลายเชนรายใหญ่กับรายย่อย เกิดมูลค่าการค้า 2,000 ล้าน
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงได้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จัดโครงการ “พัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมทำธุรกรรมบีทูบี” เพื่อผลักดันสร้างองค์ความรู้เปลี่ยนรูปแบบการขายแบบเดิมสู่ออนไลน์ ด้วยการทำธุรกิจทุกประเภทโดยอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (อี-บิสซิเนส) เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการไทยเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมุ่งสร้างเครือข่ายคู่ค้าธุรกิจในประเทศและต่างประเทศในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) พร้อมสร้างซัพพลายเชนระหว่างกัน
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายสร้างการค้ามูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการกว่า 2,000 บริษัททั่วประเทศ โดยเริ่มต้น 28 จังหวัด พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับผู้ประกอบการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้ในการประกอบกิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งธุรกิจที่เป็นที่นิยมและมีแนวโน้มโตสูงและมีศักยภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มาจากภาคอุตสาหกรรม 40% โดยในสัดส่วนดังกล่าวมาจากธุรกิจเอสเอ็มอี 90% โดยกระทรวงจะมุ่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างความแข็งแกร่งให้เอสเอ็มอี
นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า คนไทยใช้ดิจิทัลผ่านการใช้งานโซเชียลมีเดียถึง 80% มีผลต่อการประชาสัมพันธ์และการทำธุรกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้ผู้ประกอบการมุ่งทำตลาดออนไลน์ในรูปแบบธุรกิจกับผู้บริโภค (บีทูซี) จำนวนมาก แต่สร้างรูปแบบบีทูบีในระดับน้อย ส.อ.ท.จึงส่งเสริมผู้ประกอบการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ และจัดทำเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ www.ftiebusiness.com เพื่อเป็นรูปแบบหลักการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ บีทูบี
สำหรับรูปแบบบีทูบี ทำให้เกิดซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยพัฒนาตนเองมากขึ้นและเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าที่มีขนาดใหญ่







