
MALEEปี’62ยอดขายหมื่นล.TUหวังรายได้1.5แสนล้าน
“มาลี” เปิดแผนเพิ่มสัดส่วนส่งออกแตะ 50% ด้าน TU ปี 2560 ทุ่ม 6,800 ล้าน ขยายกำลังผลิต
“มาลี” เปิดแผนเพิ่มสัดส่วนส่งออกแตะ 50% ด้าน TU ปี 2560 ทุ่ม 6,800 ล้าน ขยายกำลังผลิต
นายไพฑูรย์ เอี่ยมศิริกุลมิตร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารกลาง บริษัท มาลีกรุ๊ป (MALEE) เปิดเผยว่า ปี 2560 ตั้งเป้าหมายอดขายเติบโต 10-15% จากปี 2559 ที่ทำยอดขายสูงสุดใหม่ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ขณะที่ในปี 2561 วางเป้าหมายยอดขายรวมเพิ่มเป็น 1 หมื่นล้านบาท จากทั้งธุรกิจในประเทศและส่งออกที่มีการเติบโตได้ดีทั้งในกลุ่มสินค้าแบรนด์ รวมถึงการรับจ้างผลิต ส่วนอัตรากำไรสุทธิจะดีกว่าปี 2559 ที่ทำได้ที่ 8.1% และ 2562 จะขึ้นเป็น 10%
“ปีนี้กลุ่มเครื่องดื่มน้ำผลไม้ในประเทศจะออกสินค้าใหม่จำนวน 8-10 รายการ มีแผนจะยกเลิกการผลิตและขายกลุ่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ในสัดส่วนไม่มาก เพราะไม่มีการเติบโตพร้อมทั้งทำการตลาดเป็นสินค้ารายผลิตภัณฑ์ที่มีการเติบโตที่สูง รวมถึงธุรกิจแบรนด์ในต่างประเทศที่มีการส่งออกไปยังประมาณ 20-30 ประเทศทั่วโลก ยังมีโอกาสการเติบโตจากการเข้าไปทำการตลาด โดยเฉพาะเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวซึ่งกำลังเป็นที่นิยมสูงในการบริโภคของตลาดต่างประเทศด้วย”
ขณะที่ธุรกิจร่วมทุนผลิตและจำหน่ายกาแฟพร้อมดื่มในประเทศฟิลิปปินส์ร่วมทุนในต่างประเทศดีลแรกเริ่มลงทุนในปี 2559 จะถึงจุดคุ้มทุนในปี 2562 ถือเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโต
สำหรับการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่กังวลเพราะจะได้รับผลกระทบทั้งอุตสาหกรรม ขณะที่สัดส่วนเครื่องดื่มที่ผลิตและจำหน่ายของบริษัทมาจากน้ำผลไม้ 100% สัดส่วนประมาณ 90% กรณีรุนแรงที่สุดคาดว่าจะมีการจัดเก็บภาษีอัตราไม่ต่ำกว่า 20% ของราคาขาย
นายบัลลังก์ ไวยานนท์ ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) กล่าวว่า ปี 2560 ตั้งเป้าหมายรายได้ไว้ที่ประมาณ 1.50 แสนล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 1.30 แสนล้านบาท มาจากการเติบโตของทั้งธุรกิจเดิม รวมถึงธุรกิจแซลมอนและทูน่า อีกทั้งได้ผลบวกจากการเข้าซื้อกิจการธุรกิจแปรรูปล็อบสเตอร์ เล เพ็ช เชอะรีเดอ เซซ์นูส์ และไม่เน้นซื้อกิจการใหม่แต่ไม่ปิดโอกาสขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้น่าจะปรับตัวเพิ่ม 15-16% จากปีก่อนอยู่ที่ 14.8% และตั้งงบลงทุนไว้ที่ 4,800 ล้านบาท ใช้ในการขยายกำลังการผลิต







