
นักวิชาการหนุนถ่านหิน
นักวิชาการแนะไทยควรมีโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงหลากหลายชนิด หนุนถ่านหินมีข้อดีด้านต้นทุนต่ำ ไม่สร้างภาระประชาชน
นักวิชาการแนะไทยควรมีโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงหลากหลายชนิด หนุนถ่านหินมีข้อดีด้านต้นทุนต่ำ ไม่สร้างภาระประชาชน
นายกุลยศ อุดมวงศ์เสรี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ว่า ในอนาคตประเทศไทยควรมีการสร้างโรงไฟฟ้าหลักเพิ่มเติมที่เป็นพลังงานเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ เช่น นิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน และถ่านหิน เป็นต้น เพื่อกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าให้สมดุล จากปัจจุบันที่มีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่ขณะนี้ใช้อยู่ 60-70% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก รองลงมา คือ ถ่านหินลิกไนต์และถ่านหินบิทูมินัสเป็นเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชนิดละประมาณ 10% และเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 6%
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ประกอบกับเทคโนโลยีขณะนี้พัฒนาไปมาก ทำให้มีการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีข้อจำกัดควรเน้นให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
นายสมศักดิ์ สายสินธุ์ชัย อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากเปลี่ยนไปเดินเครื่องโรงไฟฟ้าภาคใต้ด้วยพลังงานทดแทน จะทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเห็นได้จากปี 2559 ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟสูงขึ้นถึง 19 สตางค์/หน่วย หรือคิดเป็นเม็ดเงินรวม 3.3 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งการที่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ที่มีต้นทุนต่ำมาจ่ายไฟฟ้าจะเป็นการถัวเฉลี่ยให้ค่าไฟฟ้าลดลง ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
นอกจากนี้ ควรมีกระบวนการให้ความสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการที่ผ่านมา เช่น กรณีเหมืองถ่านหินแม่เมาะควรเปิดเผยแนวทางการดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ให้ผู้สนใจเข้ามารับชม พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่โดยรอบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเหมืองแร่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและลดความขัดแย้งของกลุ่มผู้เห็นต่าง
นายสุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) อาจไม่เพียงพอ และควรฟังความเห็นทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปพร้อมๆ กัน นักวิชาการหนุนถ่านหินโพสต์ทูเดย์-นักวิชาการแนะไทยควรมีโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงหลากหลายชนิด หนุนถ่านหินมีข้อดีด้านต้นทุนต่ำ ไม่สร้างภาระประชาชน
นายกุลยศ อุดมวงศ์เสรี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพลังงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยในงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง “โรงไฟฟ้าถ่านหิน” ว่า ในอนาคตประเทศไทยควรมีการสร้างโรงไฟฟ้าหลักเพิ่มเติมที่เป็นพลังงานเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ เช่น นิวเคลียร์ พลังงานหมุนเวียน และถ่านหิน เป็นต้น เพื่อกระจายสัดส่วนเชื้อเพลิงที่ใช้ผลิตไฟฟ้าให้สมดุล จากปัจจุบันที่มีการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติที่ขณะนี้ใช้อยู่ 60-70% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงมาก รองลงมา คือ ถ่านหินลิกไนต์และถ่านหินบิทูมินัสเป็นเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าชนิดละประมาณ 10% และเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประมาณ 6%
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาระยะสั้นนั้นการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ ประกอบกับเทคโนโลยีขณะนี้พัฒนาไปมาก ทำให้มีการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเมื่อมีข้อจำกัดควรเน้นให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
นายสมศักดิ์ สายสินธุ์ชัย อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หากเปลี่ยนไปเดินเครื่องโรงไฟฟ้าภาคใต้ด้วยพลังงานทดแทน จะทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเห็นได้จากปี 2559 ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องจ่ายค่าไฟสูงขึ้นถึง 19 สตางค์/หน่วย หรือคิดเป็นเม็ดเงินรวม 3.3 หมื่นล้านบาท/ปี ซึ่งการที่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ที่มีต้นทุนต่ำมาจ่ายไฟฟ้าจะเป็นการถัวเฉลี่ยให้ค่าไฟฟ้าลดลง ไม่เป็นภาระค่าใช้จ่ายประชาชน
นอกจากนี้ ควรมีกระบวนการให้ความสำคัญในการตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการที่ผ่านมา เช่น กรณีเหมืองถ่านหินแม่เมาะควรเปิดเผยแนวทางการดำเนินงานผ่านระบบออนไลน์ให้ผู้สนใจเข้ามารับชม พร้อมทั้งพัฒนาพื้นที่โดยรอบเป็นแหล่งท่องเที่ยวเช่นเดียวกับเหมืองแร่ในต่างประเทศ เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและลดความขัดแย้งของกลุ่มผู้เห็นต่าง
นายสุธา ขาวเธียร ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลที่ใช้ในการจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) อาจไม่เพียงพอ และควรฟังความเห็นทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปพร้อมๆ กัน







